ยานุสซ์คามินสกี ผู้กำกับภาพคู่บุญของสตีเวน สปีลเบิร์กจาก Schindler’s List ถึง Ready Player One

ยานุสซ์คามินสกี

ยานุสซ์คามินสกี ผู้กำกับภาพที่อยู่กับสปีลเบิร์กในทุกขั้นทุกตอนในหนังแทบทุกเรื่องของเขา

คามินสกีเดินทางออกจากโปแลนด์ตั้งแต่ยังเด็ก ด้วยแรงผลักทางการเมืองในประเทศที่ยังร้อนแรงและคุกรุ่นเมื่อเกิดการประท้วงหยุดงานในยุค 80 เขาเดินทางเข้าสหรัฐฯ เข้าเรียนที่วิทยาลัยโคลอมเบียสาขาภาพยนตร์และลงเรียนงานกำกับภาพในสถาบันภาพยนตร์อเมริกันปี 1987 โดยไม่รู้เลยว่า ในอีกเจ็ดปีให้หลัง เมื่อเขาได้พบกับผู้กำกับหนุ่มชาวอเมริกันเชื้อสายยิวนามสปีลเบิร์ก จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ยาวนานมาจนปัจจุบัน

อาจจะกล่าวได้ว่า Schindler’s List คืองานชิ้นใหญ่ชิ้นสำคัญของคามินสกี และเป็นจุดตั้งต้นให้โลกรับรู้ถึงสไตล์การกำกับภาพอันโดดเด่นไปด้วยแสงอันจัดจ้านในหนังที่เล่าเรื่องด้วยภาพขาวดำ การตัดกันของแสงเงาอันทรงพลังขับให้เห็นความโหดร้ายทารุณของการกวาดล้างชาวยิวของนาซีในสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเฉพาะกับฉาก “เด็กผู้หญิงในเสื้อโค้ตสีแดง” อันแสนสะเทือนใจ ไม่น่าแปลกที่หนังเรื่องนี้จะส่งให้คามินสกีคว้ารางวัลผู้กำกับภาพยอดเยี่ยมจากออสการ์ได้เป็นครั้งแรกของการเข้าชิง

“แสงคือตัวเล่าเรื่องที่สำคัญมากๆ นะครับ ในเชิงจิตวิทยาแล้วมันสำคัญกับชีวิตคนเรามากๆ การไม่ได้เห็นแสงนานๆ ทำให้คุณฆ่าตัวตายเอาได้ หรือประเทศที่แสงอาทิตย์ไม่ค่อยส่องไปถึงก็ต้องประดิษฐ์แสงเทียมขึ้นมาเพื่อให้ประชากรรู้สึกถึงชีวิต ผมใช้และไม่ใช้แสงเพื่อเล่าเรื่อง ผมชอบที่จะจัดแสงหนักๆ เป็นแสงที่คุณมองเห็นได้และจะไม่มีทางใช้แสงจางๆ หรือแสงธรรมชาติในหนังเด็ดขาด ผมจะใช้แสงจากเครื่องปั่นไฟหรืออะไรก็ตามที่ทำให้มันปรากฏในหนังชัดเจนที่สุด” เขาให้ความเห็น ขณะเดียวกัน การได้ร่วมทำงานกับสปีลเบิร์กก็ดูจะเป็นสิ่งที่เขาชอบใจไม่น้อย เพราะระหว่างที่กำกับภาพให้หนังเรื่องนี้ คามินสกียังรู้มาว่าในอีกด้านหนึ่ง สปีลเบิร์กยังง่วนอยู่กับการทำหนังฟอร์มยักษ์ขึ้นชื่ออีกเรื่องของเขาอย่าง Jurassic Park (1993) ซึ่งเนื้อเรื่องและอารมณ์ของหนังต่างกันชนิดคนละโลกกับหนังที่ว่าด้วยการฆ่ากวาดล้างชาวยิวที่เขากำลังถ่ายทำอยู่ แล้วอะไรจะมหัศจรรย์ใจไปกว่าการได้เห็นไอ้ผู้กำกับหนุ่มบ้าพลัง ทำหนังสองเรื่องนี้ไปพร้อมๆ กันอีกล่ะ แถมนี่ยังดูจะเป็นนิสัยของสปีลเบิร์กที่จนทุกวันนี้ เขาก็ยังแบ่งเวลาทำหนังที่อารมณ์ต่างกันออกฉายปีต่อปี (เขาทำหนังเด็กอย่าง The BFG ไล่เลี่ยกันกับหนังดราม่าเครียดจนสติแทบแตกแบบ The Post)

“มันสนุกดีนะครับที่ได้เฝ้ามองเขาเปลี่ยนวิธีการกำกับในหนังแต่ละเรื่องไปเรื่อยๆ เสริมแต่งเรื่องราว ทุกวันนี้ยังทึ่งอยู่เลยที่เขากำกับ Ready Player One -หนังแฟนตาซีจ๋ากึ่งแอ็กชั่นในโลกอนาคต- ไปพร้อมๆ กับ The post หนังที่สร้างขึ้นจากเรื่องจริงเนี่ย

“มันเหมือนกับต้องคุยกับคนสองคน เขากำกับ The Post ไปพลาง ดูเรื่องวิชวลเอฟเฟ็กต์สจาก Ready Player One ไปพลาง นี่มันทำให้ผมนึกถึงสมัยที่เขากำกับ Schindler’s List ไปพร้อมๆ กับ Jurassic Park เลย” คามินสกีเล่าติดตลก

อย่างไรก็ตาม Saving Private Ryan คือหนังของสปีลเบิร์กลำดับถัดมาที่ส่งคามินสกีคว้ารางวัลออสการ์ได้เป็นครั้งที่สอง หาก Schindler’s List คือหนังที่เล่าถึงความโหดร้ายที่สงครามกระทำต่อผู้บริสุทธิ์ด้วยการเล่าเรื่องราวผ่านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ Saving Private Ryan คือหนังที่ยังคงเล่าถึงเหตุการณ์ในสงครามโลกครั้งที่ 2 หากแต่เปลี่ยนไปเล่าในมุมของพลทหาร โดยปราศจากน้ำเสียงของการสนับสนุนสงคราม สปีลเบิร์กใช้ความดุเดือดและสยดสยองของการรบพุ่งเพื่อบอกเล่าความเลวร้ายของสงคราม

และคามินสกีคือผู้อยู่เบื้องหลังการถ่ายทำฉากอลังการเหล่านี้ แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรวบรวมเอาสมรภูมิรบไกลสุดลูกหูลูกตาในชายหาดโอฮาม่ามาไว้ในฉากเปิดเรื่องไม่กี่นาทีของหนัง แต่คามินสกีทำได้ ทั้งยังทรงพลังพอจะทำให้เห็นถึงความเดือดดาลของการต่อสู้ในครั้งนี้

“สิ่งสำคัญคือการเล่าเรื่อง ไม่ว่าจะเล่าด้วย 15, 5 หรือ 25 เฟรม มันคือการเล่าเรื่องทั้งนั้น คุณแค่ลองเดินไปรอบๆ แล้วถ่ายรูปกลับมา มองดูรูปพวกนั้นแล้วพยายามวิเคราะห์ว่า ‘ถ่ายไปทำไมกันนะ’ คุณชอบหรือไม่ชอบรูปไหน และพยายามทำความเข้าใจตัวเองให้ได้ว่าอะไรที่เป็นแรงขับให้คุณถ่ายรูปเหล่านั้น

“ถ้าคุณมีกล้องวิดีโอ ก็เล่าเรื่องด้วยกล้องวิดีโอ แต่ถ้ามีกล้องถ่ายภาพนิ่ง ก็ให้เล่าด้วยภาพนิ่งนั่นแหละ แต่ขีดเส้นไว้หน่อยว่าจะเล่าเรื่องนี้ใน 15 เฟรม -ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม- ตั้งแต่ต้น กลางและจบเรื่อง สิ่งเหล่านี้มีกระบวนการของมันอยู่ เหมือนถ้าคุณเป็นคนเขียนบทก็ต้องเริ่มจากการสร้างตัวละคร แล้วสร้างเงื่อนไขต่างๆ ตามมา คุณต้องเรียนรู้การทำหนังตามขนบของมันก่อน เหมือนถ้าจะเล่นดนตรี คุณก็ต้องรู้จักดนตรีคลาสสิกก่อนแล้วค่อยไปรู้จักฟรีแจ๊ซซ์” เขาว่า

ดังที่เราเล่าไปแล้วในตอนแรก งานของคามินสกีนั้นเด่นชัดที่การใช้แสงชัดแจ้งตัดกับเงาสลัว “ผมชอบที่เห็นแสงแดดลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา แม้ผมจะไม่ได้ใส่มันเข้าไปในหนังแต่ผมก็ชอบที่ได้รู้สึกถึงแสงอยู่ดี และชอบที่จะใส่ต้นกำเนิดแสงลงในเฟรมหนังด้วย

“อย่างไรก็ตาม ผมว่าหนังในยุคนี้มีแนวโน้มที่จะใช้แสงอย่างผิดๆ นะ คงเพราะเราต่างเบื่อวิธีถ่ายทำภาพแบบเก่าๆ แล้วมั้ง งานศิลป์ในการกำกับภาพกำลังหายไปเรื่อยๆ งานภาพแบบที่เล่าเรื่องได้มันกำลังหายไปจากภาพยนตร์ คนชอบคิดว่าถ้าตั้งใจมากพอ ถ่ายให้ติดนักแสดง ก็นับว่าเป็นการกำกับภาพแล้ว แต่ที่จริงไม่ใช่เลย ไม่มีอะไรผิดไปกว่านี้อีกแล้วคุณ”   บาคาร่า

เคนธีรเดช จับมือ แสตมป์ อภิวัฒน์ ร่วมสื่อความหมายของ ‘รักกระโดดกำแพง’ เพลงประกอบหนัง The Pool

เคนธีรเดช

เคนธีรเดช ที่รับบทเป็น เดย์ ฝ่ายอาร์ตกองถ่ายโฆษณาที่ติดอยู่ในสระร้างลึก 6 เมตร กับแฟนสาว ก้อย รับบทโดย เกรซ รัชย์ณมนทร์

ไม่เพียงแค่ว่าทั้งคู่ต้องจับมือกันฝ่าฟันอุปสรรคหาทางออกและเอาชีวิตรอดจากสถานที่แห่งนี้ให้ได้ แต่ในด้านของจิตใจที่ทั้งสองก็ตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายจนได้เรียนรู้อีกมุมหนึ่งของกันและกัน ท้ายที่สุดแล้วเชื่อว่าความรักจะเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจให้ทั้งคู่ก้าวข้ามผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปได้

The Pool นรก 6 เมตร
ว่าด้วยเรื่องราวของ เดย์ ฝ่ายอาร์ตกองถ่ายโฆษณา ถูกทิ้งให้อยู่โยงเคลียร์สระว่ายน้ำร้างแต่เพียงลำพังหลังเลิกกอง ด้วยความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาทั้งคืน เดย์เผลอหลับบนแพยาง โดยไม่ทันตระหนักว่าเพื่อนร่วมงานคนสุดท้ายที่เพิ่งกลับไป ได้เปิดระบบปล่อยน้ำในสระออกไปแล้ว และเมื่อเดย์รู้สึกตัวอีกที เขาพบว่าน้ำได้ลดระดับลงจนไม่สามารถปีนกลับขึ้นจากสระได้ เดย์พยายามตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไร้เสียงตอบรับใด ๆ

ก้อย แฟนสาวของเดย์ ตั้งใจมาเซอร์ไพรส์เขาที่สระด้วยการโดดลงมาหาจากแท่นกระโดด แต่เสียงตะโกนห้ามของเดย์ ทำให้ก้อยเสียจังหวะ พลาดตกลงไปในสระจนได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก

ในขณะที่ทั้งคู่กำลังอับจนหนทาง และเฝ้าปลอบใจตัวเองว่า “คงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้อีกแล้ว” สิ่งมีชีวิตอีกสิ่งหนึ่งกลับกำลังคืบคลานเข้ามาหาพวกเขาอย่างช้า ๆ นอกจากการเอาชีวิตรอดจากสระลึก 6 เมตร ที่ไม่มีน้ำ ไม่มีบันได และไม่มีทางออกแล้ว บทเริ่มต้นของ “มัจจุราชเงียบ” ที่แท้จริงก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

The Pool นรก 6 เมตร มีกำหนดเข้าฉายในไทย 27 กันยายน 2018   วิเตราะบอล

นิโคลัสฮอลต์ อยากรับบท บีสต์ เหมือนเดิม ถ้าวันหนึ่งทำหนังเอ็กซ์เม็นรวมกับอเวนเจอร์ส

นิโคลัสฮอลต์

นิโคลัสฮอลต์ (Nicholas Hoult) ที่รับบทเป็น บีสต์ ในหนังเอ็กซ์เม็นเรื่องล่าสุด Dark Phoenix ก็อยากจะรับบทเดิม หากวันหนึ่ง Marvel Studios สนใจจะสร้างหนังเอ็กซ์เม็นขึ้นมา โดยล่าสุดเจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์กับ MTV International โดยบางช่วงบางตอนเขาได้พูดคุยกันในประเด็นที่เรื่องราวของเอ็กซ์เม็นจะรวมกับอเวนเจอร์สสร้างออกมาเป็นหนัง ซึ่งเขาก็ได้แสดงความคิดเห็นไว้ว่า

ใช่แล้ว ผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่เจ๋งมากเลย ถ้าพวกเขาเอาผมรวมเข้าไปด้วย

ผมไม่ชัวร์ว่าแผนของพวกเขาเป็นอะไร แต่ผมรักที่จะรับบทนี้ ผมจะพาเขาไปยังจุดหมายใหม่ ๆ ในหนังเรื่องนี้ และพยายามทำในสิ่งที่ต่างออกไป ถ้ายังมีแนวทางในการพัฒนาตัวละครนี้ต่อไป มันเป็นอะไรที่ผมสนใจที่จะร่วมด้วย

เมื่อถามนักแสดงหนุ่มว่า ถ้าให้เอ็กซ์เม็นต่อสู้กับเหล่าอเวนเจอร์ส คิดว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ

แน่นอนว่าเอ็กซ์เม็นครับ ด้วยเหตุผลที่ว่ามันเป็นความแตกต่างกันมากเกิยไป ซูเปอร์ฮีโร่กับมิวแทนต์ เหมือนพวกเขาคงอยู่ในโลกที่แตกต่างกัน

เชื่อว่าไม่เพียงแต่ นิโคลัส ฮอลต์ เท่านั้นที่อยากมีส่วนร่วมในจักรวาลหนังมาร์เวลอันยิ่งใหญ่ ก็น่าสนใจว่านักแสดงหนุ่มหน้ามนให้ความสนใจบทบาทของบีสต์มากถึงขนาดนี้แล้ว เควิน ไฟกี (Kevin Feige) ประธาน Marvel Studios จะเก็บเขาไว้พิจารณาหรือเปล่าก็ต้องรอติดตามกันต่อไป

วิเคราะห์บอล

Dark Phoenix
ว่าด้วยเรื่องราวของ จีน เกรย์ ที่เริ่มต้นพัฒนาพลังที่ยิ่งใหญ่ ทว่ามันได้เปลี่ยนให้เธอกลายเป็นดาร์ก ฟีนิกซ์ ในเวลานี้เหล่าเอ็กซ์-เม็นจะต้องตัดสินใจระหว่างชีวิตของเพื่อนร่วมทีมจะมีค่ามากกว่ามนุษยชาติบนโลกใบนี้หรือไม่…

แทคภรัณยู แท็กทีม ไนกี้-แจ็ค แบล็ค บวงสรวงหนังใหม่ WHO? WHY? WHERE? ร่าง-ซ่อน-แอบ

แทคภรัณยู

แทคภรัณยู ถือฤกษ์ดีทำพิธีบวงสรวงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ WHO? WHY? WHERE? ร่าง-ซ่อน-แอบ ภาพยนตร์รวมเรื่องราวทั้งหมด 3 ตอน ร่าง-ซ่อน-แอบ ที่ให้ทั้งความสยองขวัญ น่าตื่นเต้นได้อารมณ์ขนลุก 3 รสชาติกันเลยทีเดียว โดยได้ผู้กำกับมากฝีมืออย่าง อาร์ต จาริวัฒน์ อุปการไชยพัฒน์ มากำกับจากค่ายน้องใหม่ เอชดีดีเอ็นเตอร์เทนเม้นท์

โดยงานนี้ได้นักแสดงชื่อดังอย่าง ไนกี้ นิธิดล, แทค ภรัณยู, แจ็ค แบล็คแจ็ค, จอร์จ ฐปนัท, ต่าย สายธาร, จอห์น เดอะวอยซ์ และ กระต่าย ศิวพร มาแสดงนำและร่วมพิธีดังกล่าว ณ มูลนิธิศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย (ป่านพวงศ์)

ดูบอลออนไลน์

สยมภูมุกดีพร้อม ตากล้องคนไทย คว้า Spirit Awards สาขาเดิม 2 ปีซ้อน

สยมภูมุกดีพร้อม

สยมภูมุกดีพร้อม ตากล้องคนไทย คว้า Spirit Awards สาขาเดิม 2 ปีซ้อน

สยมภูมุกดีพร้อม ช่างภาพชาวไทยที่สร้างชื่อเสียงเป็นที่ประจักษ์ในวงการฮอลลิวูด เพราะในงานประกาศรางวัล Independent Spirit Awards ครั้งที่ 34 ที่เทียบเท่าเป็นงานรางวัลออสการ์ของบรรดาหนังอินดี้ เขาได้รับรางวัลในสาขาเดิมอีกครั้ง ติดต่อกันเป็นปีที่ 2

สยมภู มุกดีพร้อม ได้รับรางวัล Best Cinematography หรือ การถ่ายภาพยอดเยี่ยม จากผลงานภาพยนตร์เรื่อง “Suspiria” ที่ออกฉายไปเมื่อปีก่อน

ซึ่งเป็นการร่วมงานกันอีกครั้งกับผู้กำกับคู่ใจ “ลูกา กวาดาญีโน” หลังจากที่เมื่อปีที่แล้ว เขาก็ได้รับรางวัลจากสาขานี้บนเวทีเดียวกัน จากผลงานเรื่อง “Call Me by Your Name” นั่นเอง

ดูบอลออนไลน์

สำหรับรางวัลอื่นๆ ที่น่าสนใจบนเวที Independent Spirit Awards ครั้งนี้นั้น รางวัลใหญ่ตกเป็นของ “If Beale Street Could Talk” คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปครอง ขณะที่ “แบรี่ เจนกิ้นส์” ผู้กำกับของเรื่องดังกล่าว ก็ได้รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม เช่นเดียวกับ “เรจินา คิง” ก็นอนมารับรางวัลสมทบหญิงยอดเยี่ยม

“เกล็นน์ โคลส” ได้รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก The Wife และบรรดานักวิจารณ์อินดี้ก็มอบรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมให้กับ “อีธาน ฮอว์ก” จาก First Reformed ที่เขาไม่มีชื่อติดเข้าชิงบนเวทีออสการ์ ส่วนรางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ตกเป็นของ “ริชาร์ด อี.แกรนด์” จาก Can You Ever Forgive Me? ขณะที่ “Roma” ได้รางวัลภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม…

บงกช นั่งแท่นหนึ่งในกรรมการตัดสินการแสดง รางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 28

บงกช

บงกช เบญจรงคกุล ได้ออกมาเผยถึงภาพยนตร์ที่ได้เข้าชิงในแต่ละเรื่องของปีนี้ว่าเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ มีความขัดเจนเท่าเทียมกัน และเป็นปีที่มีความเป็นธรรมมากที่สุดอีกปีหนึ่ง โดยในปีนี้ผลงานกำกับของ ตั๊ก บงกช ในเรื่อง เพื่อนฉันฝันสลาย ยังได้เข้าชิงรางวัลนักแสดงนำหญิงอีกด้วย

เป็นกรรมการมา 3 ปีแล้ว วันนี้มาเป็นตัวแทนให้กรรมการท่านอื่น จริงๆ มีหลายท่านที่อยู่ในกลุ่มสาขาการแอคติ้ง ที่จะมาตัดสินเกี่ยวกับการแสดง ปีนี้ดูยิ่งใหญ่ชัดเจนค่อนข้างมีความเท่าเทียม ออกสิทธิ์ออกเสียงกันมีความเป็นธรรมที่สุดมากๆ ซึ่งมันก็จะเกี่ยวกับเรื่องรายได้ของภาพยนตร์ เรื่องของแอนิเมชั่น หนังที่ให้ประโยชน์กับสังคม ภาพยนตร์แต่ละสาขาก็ค่อนข้างที่จะตรงตามสาขานั้นๆ ในส่วนของตั๊กก็ไม่ยากเพราะเราเรียนมาทางนี้เล่นมาทางนี้อยู่แล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com

คริสเตนสจ๊วต นำทีมสาวๆ เผยโฉมแรกจากหนังรีบูต Charlie’s Angels

คริสเตนสจ๊วต

คริสเตนสจ๊วต หลังจากประกาศรายชื่อนักแสดงที่จะมารับบท นางฟ้าชาร์ลี ในหนังรีบูต Charlie’s Angels กันเมื่อปลายปี 2017 ซึ่งหนังถือเป็นผลงานการกำกับหนังเต็มตัวเรื่องที่สองของนักแสดงสาว เอลิซาเบธ แบงก์ส (Elizabeth Banks) ล่าสุดหนังได้ปล่อยภาพแรกออกมาให้แฟนๆ ได้ชมกันแล้ว

โดยภาพเซ็ตนี้เผยให้เห็นคาแรคเตอร์ของสาว ได้แก่ คริสเตน สจ๊วต (Kristen Stewart), นาโอมิ สก็อตต์ (Naomi Scott), เอลลา บาลินสกา (Ella Balinska) และผู้กำกับสาว เอลิซาเบธ แบงก์ส ที่ทั้งกำกับและแสดงนำด้วยตัวเอง ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้เป็นการรีบูตจากหนังแอคชั่นคอมเมดี้ปี 2000 ที่ว่าด้วยเรื่องราวของนักสืบเอกชนรุ่นใหม่ที่ทำงานให้กับชายลึกลับชื่อ ชาร์ลี

Charlie’s Angels เข้าฉายในสหรัฐฯ 15 พฤศจิกายน 2019

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com

แมดส์มิคเคลเซน ปะทะ “ธรรมชาติ” ในหนังเอาชีวิตรอดสุดระทึก Arctic

แมดส์มิคเคลเซน

แมดส์มิคเคลเซน Arctic ภาพยนตร์เอาชีวิตรอดสุดระทึกที่มีฉากหลังเป็นภูมิประเทศอันหนาวเหน็บในเขตทุนดราทางตอนเหนือที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและน้ำแข็ง ชายคนหนึ่งที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ทั้งสวยงามและโหดร้ายในเวลาเดียวกัน

เรื่องราวของ Arctic ได้รับการตัดแต่งให้เหลือแต่โครงเรื่องอย่างเดียว สิ่งที่ผู้กำกับ โจ เพนนา ต้องการถ่ายทอดมีเพียงแค่ความตั้งใจในการเอาชีวิตรอดของชายคนหนึ่งที่ต้องดิ้นรนต่อสู้กับความโหดร้ายของธรรมชาติเท่านั้น และสิ่งที่ผุ้ชมจะได้เห็นคือ โอเวอร์การ์ด ที่รับบทโดยนักแสดงมือเก๋า แมดส์ มิคเคลเซน ปรากฏบนหน้าจอภาพยนตร์ตลอดแทบทั้งความยาวของเรื่อง ภาพของเขาที่เขียนคำว่า “SOS” บนทุ่งหิมะกับซากเครื่องบินที่ดูเหมือนว่ามันพังมานานแล้วเป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่านี่คือเรื่องราวการเอาชีวิตรอดของคน ๆ หนึ่ง วันนี้เราได้พูดคุยกับ เบเนชิโอ เดลโทโร่ นักแสดงนำของเรื่อง กับบทบาทชายหนุ่มที่ต้องรอความช่วยเหลืออย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งตลอดทั้งปี

การถ่ายทำครั้งนี้ลำบากหรือเปล่า?

สภาพแวดล้อมที่คุณเห็นในนั้นคือของจริงครับ มันคือสิ่งที่พวกเราต้องเผชิญกันจริง ๆ มันเป็นอะไรที่ฟังดูบ้ามากใช่มั้ยครับ พวกเราไม่น่าสร้างหนังเรื่องนี้เลย! (หัวเราะ) ผมล้อเล่นครับ ผมรักหนังเรื่องนี้ ผมคิดว่ามันเป็นหนังที่ดูงดงามราวกับจินตนาการ แต่สิ่งที่ผมต้องเผชิญก็คือความยากลำบาก ผมทำได้เพียงการก้าวเดินต่อไปข้างหน้าทีละก้าวเพื่อการบรรลุเป้าหมายของแต่ละวันเท่านั้นครับ

ถ้าคุณอยู่ในเหตุการณ์เหมือนในหนังเรื่องนี้ คุณจะทำอย่างไร?

ผมเดาว่าผมก็คงจะทำแบบเดียวกันกับตัวละครที่ผมแสดงนี่ล่ะครับ เราไม่ได้สร้างให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเอาตัวรอด เขาเป็นเพียงชายที่ติดอยู่ในที่แห่งนั้น เขาทำตามสัญชาติญาณของมนุษย์ เขาจำเป็นต้องมีอาหารและที่พัก เขาเป็นเสมือนภาพสะท้อนของพวกเราหลาย ๆ คนหากว่าเราต้องติดอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น เราไม่ต้องการให้เขาเป็นสุดยอดอัจฉริยะหรือว่าคนโง่ ๆ เราแค่อยากให้เขาเป็นคนที่ทำตามสามัญสำนึกเหมือนกับพวกเราทุก ๆ คนครับ

คุณรู้สึกอย่างไรกับการแสดงแทบทั้งโปรเจกต์ด้วยตัวคนเดียว?

มันเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก ๆ ครับ มันเป็นอะไรที่พิเศษ คำพูดของตัวละครตัวนี้ถูกถ่ายทอดผ่านทางสีหน้าและท่าทาง เราไม่จำเป็นต้องใช้คำบรรยายอะไรมากมายสำหรับการเล่าเรื่อง เพราะการอ่านสิ่งที่เกิดขึ้นในนั้นมันง่ายอยู่แล้วครับ

เตรียมพบการแสดงที่หฤโหดที่สุดในชีวิตของ แมดส์ มิคเคลเซน (Doctor Strange) ในบทของชายที่ต้องรอความช่วยเหลืออย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งตลอดทั้งปี ถึงแม้เขาจะพบกับช่วงเวลาของความหวัง ธรรมชาติอันโหดร้ายก็ได้ทำลายทางรอดของเขาอย่างไร้ความปราณี เขาจึงต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการรออยู่ในสถานที่ปลอดภัยต่อไป กับ การออกเดินสู่หนทางที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อไขว่คว้าความรอดด้วยตัวเอง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

ฮอลลีวูด จ่อสร้างหนัง Gundam ฉบับคนแสดง

ฮอลลีวูด

ฮอลลีวูด ผู้สร้าง Pacific Rim ประกาศสร้างโปรเจกต์หนังไลฟ์-แอ็คชั่น Gundam คว้าหุ่นกันดั้มชื่อดังของญี่ปุ่นสู่จอยักษ์

ยู่คู่วงการการ์ตูนญี่ปุ่นจนขึ้นแท่นเป็นสงครามหุ่นยนต์เรื่องโปรดอันดับหนึ่งของใครหลายคนมานาน ในที่สุด เราก็จะได้เห็นเหล่าหุ่นนักรบ กันดั้ม มาโลดแล่นในวงการยักษ์ใหญ่อย่างฮอลลีวูดกันสักที โดยเป็นการเปิดเผยจากเจ้าของลิขสิทธิ์ Sunrise ที่จับมือกับสตูดิโอ Legendary Pictures เตรียมสร้างหนัง Gundam ฉบับไลฟ์-แอ็คชั่นแล้วเรียบร้อย

โดยโปรเจกต์ Gundam ไลฟ์-แอ็คชั่น ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นแผนการสร้างและยังไม่มีการประกาศรายชื่อผู้กำกับหรือผู้เขียนบทรวมถึงเนื้อเรื่องย่อของหนังแต่อย่างใด แต่แน่นอนแล้วว่า เคล บอยเตอร์ (Cale Boyter) จะรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ใหญ่ ดูแลงานสร้างโดยรวมของ Legendary และ Sunrise

สำหรับการ์ตูน Gundam ต้นฉบับสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1979 เล่าเรื่องราวการต่อสู้ของหุ่นยนต์รบสุดเท่ขนาดยักษ์ ที่ประสบความสำเร็จโด่งดังจนมีการสร้างเป็นซีรีส์แอนิเมชั่นมากกว่า 14 ฉบับ โดยแฟรนไชส์และสินค้าในลิขสิทธิ์ทั้งหมดสามารถทำเงินสูงถึง 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2000 และยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดพัฒนาขยายจักรวาลในอนาคตอันใกล้

แฟน ๆ ต้องลุ้นกันต่อไปว่า เหล่านักแสดงที่จะมารับหน้าที่ถ่ายทอดสงครามสุดมันจะมีใครบ้างและ กันดั้ม ฉบับฮอลลีวูดนี้จะรุ่งหรือจะร่วง แต่มีบริษัท Sunrise ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์มาร่วมดูแลด้วยแบบนี้ เห็นทีจะมีแววสำเร็จอยู่ไม่น้อยเหมือนกันนะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.kapook.com

ค่อมชวนชื่น สวมบทเป็นหลวงตาให้เลขเด็ด ในตัวอย่างแรกของหนังฮา หลวงตามหาเฮง

ค่อมชวนชื่น

ค่อมชวนชื่น, สุนารี ราชสีมา, อาภาพร นครสวรรค์ พร้อมด้วยหนุ่มๆ จากบ้านแบ้ เพ็ชร ฐกฤต, แชมป์ ชนาธิป ร่วมส่งความฮาในครั้งนี้

จากตัวอย่างแรกเผยให้เห็นเรื่องราวของ หลวงตา รับบทโดย ค่อม ชวนชื่น ที่อยู่ในวัดแห่งหนึ่งออกเทศนาแก่เหล่าอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย แต่คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของหลวงตาทำให้ชาวมักจะนำไปตีเป็นเลขเด็ดถูกหวยกันถ้วนหน้า จึงได้ฉายาว่า หลวงตามหาเฮง

หลวงตามหาเฮง เข้าฉายในไทย 16 กรกฎาคม 2019

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com