ละครดัง ข้ามเวลา เรื่อง อังกอร์ ปี 2562

อังกอร์ ปี 2562

อังกอร์ ปี 2562 นำแสดงโดย :อัชชา นามปาน , สุภาพร วงษ์ถ้วยทอง , นภัสรัญชน์ มิตรเอม ,วริษฐ์ ทิพโกมุท , มิ

เชล เบอร์แมนน์ , อนุชิต สพันธุ์พงษ์ , พัชรวลัย พงษ์ภมร , นริศสันต์ โลกวิทย์ , สิรินรัตน์ วิทยพูม

และนักแสดงมากฝีมือคับคั่งบทละครโดย  อำนวยการผลิตโดย :บริษัท อาหลอง จูเนียร์ จำกัด

กำกับการแสดงโดย :เฉิดบุญ ภักดีวิจัตร

 อังกอร์ ปี 2562

ณ ถ้ำกลางป่าสาธารณรัฐบันตรันเจีย ปี 2494 นายพลมิน (วินัย ไกรบุตร) และพวก แกะรอยเสือตัวหนึ่งและลั่นไกปืน ตัดขั้วหัวใจเสือทำให้วิญญาณของเสืออาฆาตแค้น เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่คุณหญิงภรรยาท่านนายพล ที่กำลังอ่อนเพลียจากการให้กำเนิดลูกสาว จู่ๆก็กรีดร้องเพราะฝันร้าย เห็นท่านนายพลโดนทำร้ายและวิญญาณร้ายได้เข้ามาสิงในตัวของลูกสาว ​ณ กรุงเทพปี 2518 มีข่าวเรื่องกบฏ ท่านนายพลทราบเรื่องจึงรีบสั่งให้คอยที(อนุชิต สพันธุ์พงษ์)พาอังกอร์ (สุภาพร วงษ์ถ้วยทอง) หนีทันที ทั้ง 2 หนีไปยังค่ายอพยพชายแดนไทย เป็นช่วงเวลาที่ผู้กองกาญจน์ (อัชชา นามปาน) และ 3 หมวด เดินทางมาถึง ผู้กองกาญจน์ได้พบกับจ่าเข้ม (ชาติชาย งามสรรพ์) เป็นครั้งแรก แต่ทั้งคู่ยังไม่ไว้ใจกัน ด้านอังกอร์ระหว่างเดินทางไปชายแดนไทย โดนกลุ่มโจรไอ้คะหยิ่นจับตัวไปเพื่อจะนำไปขาย…

หนังดีหนังน่าชม เรื่อง ดินแดนไร้เสียง 2

ดินแดนไร้เสียง 2 ผู้กำกับ : จอห์น กราซินสกี

ดินแดนไร้เสียง 2 เรื่องย่อ “เราจะได้เห็นการเดินหน้าเอาชีวิตรอดกันต่อไปของครอบครัวเดิมในภาคแรกและพวกเขาก็จะได้รู้ว่า พวกเขาไม่ใช่คนที่เหลือรอดเพียงกลุ่มเดียว เราจะได้รับคำตอบเกี่ยวกับเรื่องราวก่อนหน้านี้ที่ที่ทุกอย่างได้เริ่มเกิดขึ้นด้วย คุณกำลังจะได้เห็นอีกด้านหนึ่งของการเอาชีวิตรอดของเหล่ามนุษยชาติจากพวกอสูรกายเหล่านี้ในภาคต่อไป”

หมวดหมู่ สยองขวัญ / ระทึกขวัญ ความยาว 97 นาที

วันที่เข้าฉาย 19 มีนาคม 2020

ผู้กำกับ : จอห์น กราซินสกี

นักแสดง : คิลเลียน เมอร์ฟี, เอมิลี บลันต์, ไบรอัน ไทรี่ เฮนรี

ค่ายภาพยนตร์ : A Quiet Place 2/Paramount Pictures…

หนังดีหนังน่าชม เรื่อง My Spy พยัคฆ์ร้าย สปายแสบ 12 มีนาคม 2020

My Spy พยัคฆ์ร้าย สปายแสบ  12 มีนาคม 2020

My Spy พยัคฆ์ร้าย สปายแสบ เรื่องย่อ เจเจ (เดฟ บาวติสตา) เป็นสายลับของหน่วยซีไอเอ เขากำลังถูกเพ่งเล็งจากหน่วยงานเพราะเคยทำงานผิดพลาด ครั้งนี้เขาถูกส่งไปให้สอดแนมครอบครัวๆ หนึ่ง แต่ปรากฏว่าเขาถูกจับไต๋ได้ด้วยเด็กสาวน้อยอายุ 9 ขวบ โซฟี (โคลอี้ โคลแมน) เพื่อไม่ให้การพรางตัวของเขาถูกเปิดเผย และ ไม่ให้ซีไอเอเล่นงานเขา เขาจึงตกลงที่จะสอนวิธีการเป็นสายลับให้กับเธอ แต่ขณะเดียวกันเขาก็จำเป็นต้องรับมือกับอาชญากรและปกป้องเธอไปพร้อมกัน

ผู้กำกับ : ปีเตอร์ ซีกัล

นักแสดง : เดฟ บอทิสตา, คริสเตน ชาล, เคน จอง, โคลอี้ โคลแมน

ค่ายภาพยนตร์ : My Spy/Mono Film

หมวดหมู่ แอ็คชัน / ตลก

ความยาว 100 นาที

วันที่เข้าฉาย 12 มีนาคม 2020…

หนังใหม่น่าดู เรื่อง เสียงเพรียกจากพงไพร The Call of the Wild 27 กุมภาพันธ์ 2020

The Call of the Wild

The Call of the Wild  เรื่องย่อ
เตรียมร่วมค้นหาความกล้า กุมภาพันธ์ปีหน้า เตรียมพบกับอีกหนึ่งภาพยนตร์แอ็คชั่นผจญภัยสุดประทับใจของเพื่อนซี้สี่ขาที่จะพาคุณเดินทางไปสุดขอบโลก จากสตูดิโอและทีมผู้สร้าง Life of Pi พบแฮริสัน ฟอร์ดใน The Call of The Wild ‪เข้าฉาย 20 กุมภาพันธ์ 2563 ที่เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์

Call of the Wild ภาพยนตร์ CGI ผจญภัยเรื่องใหม่ โดยสร้างจากนิยายชื่อดังของ แจ็ค ลอนดอน ในปี1903 และเคยถูกนำมาสร้างเป็นฉบับภาพยนตร์มาแล้ว นำแสดงโดย แฮร์ริสัน ฟอร์ด,แดน สตีเวนส์,คาเรน กิลแลน

ผู้กำกับ : คริส แซนเดอร์ส

นักแสดง : คาเรน กิลแลน, แฮร์ริสัน ฟอร์ด, แดน สตีเว่นส์

ค่ายภาพยนตร์ : Call of the Wild/20th Century Fox…

สงครามเลือดแวมไพร์ V-Wars ปี 2019

สงครามเลือดแวมไพร์

สงครามเลือดแวมไพร์   V-Wars (2019)

นักแสดงนำ:เอียน โซเมอร์ฮอลเดอร์,เอเดรียน โฮล์มส,แจ็คกี้ หลี

หมวดหมู่
ทีวีไซไฟ,รายการทีวีการเมือง,รายการทีวีจากหนังสือการ์ตูน,รายการทีวีระทึกขวัญ,ทีวี                    ดราม่า,รายการทีวีแนวสยองขวัญ,รายการทีวีอเมริกัน,รายการทีวีแอ็คชั่นและผจญภัย

สงครามเลือดแวมไพร์

เชื้อร้ายที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนเหยื่อให้กลายเป็นอสูรกายกระหายเลือดทำให้เพื่อนรักสองคนกลายเป็นศัตรูกันในสงครามการต่อสู้เพื่ออนาคตของมนุษยชาติ…

ภาพยนตร์แอ็คชัน ผจญภัย แอนิเมชัน The Angry Birds Movie 2

ภาพยนตร์แอ็คชัน

ภาพยนตร์แอ็คชัน The Angry Birds Movie 2

ผู้กำกับ :
ธูรอป ฟาน ออร์แมน, จอห์น ไรซ์

นักแสดง :
อควาฟินา, ปีเตอร์ ดิงค์เลจ, โดฟ คาเมรอน

ค่ายภาพยนตร์ :
The Angry Birds Movie 2/Sony Pictures

เรื่องย่อ
เมื่อเกาเหลา ต้องกลายเป็นเกลอรัก จากคู่อริสุดแสบ สู่มิตรแท้สุดฮา #TheAngryBirds2 #แอ็งกรีเบิร์ดส์2 เปิดรอบพิเศษวันที่ 5-8 ธันวาคมนี้ ฉายจริง 10 ธันวาคมนี้ที่ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์…

กาโมรา ยังอยู่หรือตาย หลังจากหนัง Avengers: Endgame? ผู้กำกับ(ไม่)มีคำตอบ

กาโมรา หนึ่งในสมุนสุดโหดของธานอส ที่รู้ในเวลาต่อมาว่าเธอเป็นลูกที่ธานอสเก็บมาชุบเลี้ยง และถูกผู้เป็นพ่ออย่างธานอสใช้ชีวิตของเธอแลกกับโซลสโตนบนดาวโวลเมียร์ใน หนัง Avengers: Infinity War นั้นก็น่าจะฟันธงได้แล้วว่าตัวละครนี้น่าจะสิ้นสุดบทบาทของเธอในจักรวาลหนังมาร์เวลแล้วหรือไม่

แม้ว่า กาโมรา ที่รับบทโดย โซอี ซัลดานา (Zoe Saldana) จะกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งใน หนัง Avengers: Endgame ในฐานะกาโมราจากอดีต แต่ถึงอย่างนั้นหลังจากที่เหตุการณ์ทุกอย่างสิ้นสุดลงก็ดูเหมือนว่าคนดูแทบจะไม่เห็นเธอปรากฏตัวในฉากช่วงท้าย ๆ เรื่องอีกเลย

จึงเป็นที่ถกเถียงกันพอสมควรว่าจริง ๆ แล้วเธอยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ หรือกาโมราที่มาจากในอดีตได้ตายไปพร้อมกับการดีดนิ้วของโทนี สตาร์ก กันแน่ บางส่วนถึงกับอ้างว่าไหน ๆ จะมี หนัง Guardians of the Galaxy Vol. 3 ในอนาคตกาโมรายังมีชีวิตอยู่แน่นอนเลยทีเดียว

ล่าสุดจากการตอบคำถาม Q&A ของหนึ่งในผู้กำกับ หนัง Avengers: Endgame อย่าง โจ รุสโซ ที่ร้านอาหาร Duelleo ในมหานครลอสแองเจลิส เจ้าตัวก็ได้เปิดเผยถึงสถานะล่าสุดของกาโมราให้ได้ติดตามกันว่า

ควิลตามหาเธอในช่วงท้ายของหนัง เธอยังอยู่ หรือเธอตาย เราไม่รู้เลย

หากเธอยังอยู่ เธอจะไม่ใช่กาโมราคนเดิม ในหนังที่มีการข้ามช่วงเวลากัน คุณจะได้ตัวละครที่แตกต่างออกไป นี่ไม่ใช่เธอคนเดิม เธอไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับอารมณ์และความรู้สึกเหมือนตัวละครเก่า แน่นอนว่าเธอไม่มีความสัมพันธ์แบบเดิมกับควิล

แม้ว่าทั้งสองจะดูเหมือนคนเดิม แต่ทั้งคู่ไม่ใช่คนที่มีประสบการณ์ มีความทรงจำทางด้านอารมณ์ที่เหมือนกัน ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป ไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็นการผจญภัยสำหรับเขาก็เป็นได้

น่าสนใจว่าการที่ โจ รุสโซ อธิบายอยู่นี่ก็อดตีความเอาเองไม่ได้ว่า หากกาโมรามีชีวิตอยู่ในจักรวาลหนังมาร์เวล คือกาโมราที่เดินทางมาพร้อมกับธานอสในอดีตใช่หรือไม่

ถ้าใช่ นั่นหมายความว่าความทรงจำที่เคยมีร่วมกับเหล่าแก๊งเกรียนจักรวาลในหนัง Guardians of the Galaxy ทั้งสองภาคนั้นไม่มี แต่เธออาจจะได้เรียนรู้ภาพเหตุการณ์บางส่วนจากในบันทึกที่อยู่ในหัวของเนบิวลา และดูเหมือนว่า สตาร์ลอร์ด จะต้องเดินหน้าจีบสาวสุดอันตรายรายนี้กันใหม่อีกครั้ง

บทบาททางการแสดงของ โซอี ซัลดานา นั้นเรียกว่าไม่ธรรมดาเลย เพราะเธอรับบทนำในหนังทั้งหมด 3 เรื่องจาก 5 เรื่องที่ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลจนทำรายได้ทะลุสองพันล้านเหรียญเลยทีเดียว

อ่านต่อ โซอี ซัลดานา รับบทนำหนัง 3 ใน 5 เรื่องที่ทำรายได้จากทั่วโลกทะลุสองพันล้านเหรียญ

Avengers: Endgame
หลังจากเหตุการณ์ทำลายล้างเหล่าสิ่งมีชีวิตไปครึ่งจักรวาลใน หนัง Avengers: Infinity War (2018) ทำให้จักรวาลอยู่ในความหายนะ และด้วยความเชื่อเหล่าจากพันธมิตร เหล่าอเวนเจอร์สจึงกลับมารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อแก้ไขในสิ่งที่ธานอสได้ทำไว้ และทำให้จักรวาลกลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง   บาคาร่า

รีวิวภาพยนต์คนเล่นของ

รีวิวภาพยนต์คนเล่นของ

รีวิวภาพยนต์คนเล่นของ

รีวิวภาพยนต์คนเล่นของ

ชื่อภาษาอังกฤษ – จัดจำหน่ายโดย ไฟว์สตาร์, แมงป่อง กำหนดฉาย 17 มิถุนายน 2547 เรื่องย่อ ประธาน(ตฤณ เศรษฐโชค)ได้มีสัมพันธ์รักกับบุ๋ม(ศุภักษร ไชยมงคล) ทั้งๆ ที่มีครอบครัวอยู่แล้ว จากนั้นไม่นานเธอก็ท้อง แต่ประธานไม่รับผิดชอบ ด้วยความแค้น บุ๋มจึงไปหาหมอทำคุณไสย ในที่สุดทุกคนก็ตายสมใจบุ๋ม ลูกในท้องของเธอจึงมีสิทธิในมรดกของประธาน แต่แล้วหล่อนก็ถูกรถชนเข้าอย่างจัง กลายเป็นว่ากมลา(กรองทอง รัชตะวรรณ)เมียน้อยอีกคนหนึ่งของประธาน พร้อมกับลูกๆ ของหล่อน ได้รับมรดกทั้งหมดไป บุ๋มกลับเข้ามาสู่กองมรดกของประธานอีกครั้ง ในฐานะลูกสะใภ้ของกมลา โดยที่ทุกคนไม่รู้เลยว่า บุ๋มกำลังตามมาทวงสิทธิของตนในมรดกประธานคืน นักแสดง ศุภักษร ไชยมงคล ตฤณ เศรษฐโชค ทีมงาน ผู้กำกับ ธนิตย์ จิตนุกูล

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

รีวิวภาพยนต์ On the Basis of Sex – สตรีพลิกโลก

รีวิวภาพยนต์

รีวิวภาพยนต์

รีวิวภาพยนต์ สตรีพลิกโลก ไม่ใช่แค่เราแน่ๆ ที่คิดไปว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับเรื่อง 18+ หรือเรื่องอย่างนั้น แต่มันไม่ใช่เลย มันคือเรื่องของผู้หญิงนามว่า Ruth Bader Ginsburg ที่รับบทโดย Felicity Jones กับเรื่องราวของทนายความหญิงผู้คิดเปลี่ยนโลก ต่อสู้เพื่อสิทธิความเท่าเทียมกันของชายและหญิง ได้อย่างสนุก ไม่น่าเบื่อเลย

สิ่งที่เจ๋งมากๆ ที่เราเห็นตั้งแต่เริ่มยันจบก็คือ Tone และ Mood ของหนัง ที่คุมเอาไว้อย่างดี เริ่มตั้งแต่การแต่งตัวของ Ruth ที่ตั้งแต่เริ่มเรื่อง เธอจะใส่ชุดที่สีโดดเด่น แตกต่างจากคนอื่นๆ เพื่อให้เห็นถึงความแตกต่าง แปลกแยกจากผู้ชาย ให้เห็นถึงสภาพสังคมในยุคตอนนั้น และในตอนจบเธอจะใส่ชุดสีเดียวกันเพื่อบ่งบอกถึงความเท่าเทียมกันในเพศสภาพ เท่านั้นยังไม่พอ หนังแต่ละองค์ยังคุมโทนของภาพตลอดทั้งเรื่องอีกด้วย นับว่างานด้านภาพสุดยอดจริงๆ หนังยังใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ ที่บ่งบอกถึงสภาพสังคมในยุคนั้นๆ เช่นการที่คนผิวสีทำชนชั้นแรงงาน ผู้หญิงด้อยกว่า ชายเป็นใหญ่ อะไรทำนองนั้น

สิ่งที่ชื่นชอบมากๆ ในหนังเรื่องนี้เลยคือบทสนทนา ตลอดทั้งเรื่องเราจะได้เห็นบทสนทนาที่บั่นทอนสภาพความเป็นเพศหญิงมากๆ ตั้งแต่เริ่มเรื่องยันจบเรื่อง จะมีประโยคที่ชวนจุกอยู่เต็มไปหมด เช่นการใช้คำว่า “บุรุษฮาร์วาร์ด” ในครั้งแรกที่นางเอกได้เข้าไปเรียน เราจะได้เห็นประโยคดูถูก เหยียดหยาม และข่มความเป็นเพศหญิงตลอดทั้งเรื่อง โดยเฉพาะฉากในชั้นศาลตอนท้ายเรื่อง มันดีมากจริงๆ นี่เราทั้งลุ้น สนุก ตื่นเต้น มีอารมณ์ร่วมยังกะเข้าไปนั่งในศาลด้วยเลย คำพูดแต่ละคำพูดที่ต่างฝ่ายต่างพูดออกมาเฉียบคมมาก! ยกประโยคจากในตัวอย่างมา “ในเคยมีคำว่า ผู้หญิง ปรากฏในรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา” นาง Ruth จึงตอกกลับไปว่า “เช่นเดียวกับคำว่า เสรีภาพ ค่ะท่าน” บอกเลยว่าขนลุก!!!

ทางด้านนักแสดงก็ทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้ดีจริงๆ เริ่มที่นางเอก ด้วยความที่ Felicity Jones นางเป็นผู้หญิงที่ตัวเล็กมาก จึงดูน่าสงสาร และยิ่งส่งถึงความไม่เท่าเทียมกันเข้าไปใหญ่ เธอสามารถถ่ายทอดบทบาทของทนายสาวมั่น แน่วแน่ ไม่ยอมแพ้ ออกมาได้อย่างน่าชื่นชม เล่นได้ดีโคตร ดีจริงๆ ดีจนทำให้เราเชื่อได้ว่าเธอคือทนายจริงๆ เช่นเดียวกันกับ Armie Hammer ที่รับบทสามี ผู้เป็นนักสนับสนุนภรรยาตัวยง ทางด้านบทอาจไม่มีอะไรเท่าไหร่ แต่ Armie เล่นออกมาได้มีเสน่ห์มาก โดยเฉพาะฉากบนศาล ทั้งดูสุขุม มาดเท่ห์ และหล่อสาวกรี๊ดแน่นอน อีกทั้งนักแสดงสมทบทุกคน ที่ถ่ายทอดการแสดงออกมา ทำให้หนังเรื่องนี้ยอดเยี่ยมอย่างที่มันควรจะเป็น

0.5 คะแนนที่หายไป คือหนังดำเนินเรื่องเร็ว จนเราอาจจะงงความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครต่างๆ กับ Ruth นิดนึงว่าเป็นใคร เป็นไงมาไง และที่สำคัญต่อให้เรื่องนี้จะเข้มข้นเรื่องกฎหมายต่างๆ มันก็ยังทำให้คนดูไม่ได้เข้าใจยากจนเกินไป แต่ถ้าใครมีความรู้ทางด้านนี้จะสนุกและเข้าใจกับมันมากขึ้น แต่แค่นี้ก็ยอดเยี่ยมพอแล้ว ควรค่าแก่การจ่ายเงินเข้าไปดูอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.thaiware.com

รีวิวภาพยนตร์ A Werewolf Boy (2012) หนังดังอีกเรื่องที่ต้องปรบมือให้ซงจุงกิ

รีวิวภาพยนตร์  A Werewolf Boy  ฉีกบทพระเอกหน้าหวานมุ้งมิ้ง กลายเป็นมนุษย์หมาป่าที่ซื่อสัตย์ รอคอยเธอด้วยรักใสซื่อบริสุทธิ์

รีวิวภาพยนตร์ เป็นที่มาของเรื่องราวมิตรภาพและความภักดีที่ซาบซึ้งกินใจจนมิอาจกลั้นน้ำตาไว้ได้แน่นอน

A Werewolf Boy เป็นภาพยนตร์ที่เคยเข้าฉายในเมืองไทยในชื่อว่า วูฟบอย เป็นภาพยนตร์ดังเรื่องหนึ่งของเกาหลี เปิดตัวรอบปฐมทัศน์ที่ 2012 Toronto International Film Festival และกลับมาเปิดตัวในเกาหลีที่งาน 17th Busan International Film Festival ก่อนฉายจริงด้วยการต้อนรับล้นหลามจากผู้ชม จัดเป็นหนังแนวเมโลดรามาที่ประสบความสำเร็จสูงมาก ซึ่งปกติหนังใน genre นี้มักไม่ขายดีถึงขั้นติดอันดับ Top box office เท่าไหร่นัก

A Werewolf Boy นอกจากเป็นหนังฮอตแล้ว ยังมีรางวัลการันตีหนังคุณภาพด้วย นักเขียนโจซองฮี ได้รางวัล Best New Director จาก 49th Baeksang Arts Awards ปี 2013 และอีกหลายเวทีรางวัล รวมทั้งยังพานักแสดงอื่นๆรับกันไปอีกหลายรางวัลเช่นกัน

A Werewolf Boy เป็น fantasy romance drama เรื่องราวของหญิงสาวผู้เปิดโลกใหม่ให้มนุษย์หมาป่าจนกลายเป็นมิตรภาพรักข้ามสปีชีส์ ที่ผูกพันหัวใจบริสุทธิ์ไว้ตลอดกาล เพียงแค่เธอเอ่ยคำเดียวว่าให้รอ

รีวิวภาพยนตร์ 

หนังเริ่มเรื่องที่คุณยายซุนอีซึ่งอาศัยอยู่กับครอบครัวอบอุ่นที่อเมริกา เธอได้รับโทรศัพท์จากเกาหลีว่าจะขายบ้านหลังเก่าในวัยเด็กของเธอ ทำให้เธอต้องรีบเดินทางมาเกาหลี โดยมีหลานสาว อึนจู ที่เรียนอยู่เกาหลีพาไปบ้านหลังนั้นที่อยู่ในชนบทห่างไกล เรื่องราวในอดีต 47 ปีที่แล้วที่เกิดขึ้น ณ ที่นี่ จึงถูกเล่าเรียงออกมา

ซุนอี (รับบทโดย พัคโบยอง) เด็กสาววัย 17 สุขภาพปอดไม่ดี เรียนไม่เก่ง มีนิสัยค่อนข้างเก็บตัว แม่พาย้ายมาอยู่ชนบทเพื่อรับอากาศดีๆตามคำแนะนำของหมอ พ่อของเธอเคยเป็นนักธุรกิจแต่เสียไปแล้ว เธอจึงอยู่กับแม่ซึ่งเป็นนักเขียนอิสระ (รับบทโดย จางยองนัม) และน้องสาว คือ ซุนจา ( รับบทโดย คิมฮวางกี)

รีวิวภาพยนตร์ 

จีแท (รับบทโดย ยูยอนซอก) ลูกชายของเจ้าของบ้านหลังนี้ พ่อของเขาก็คือพาร์ทเนอร์ธุรกิจของพ่อซุนอี ที่ซุนอีรู้อยู่เต็มอกว่าโกงพ่อของเธอ จีแทเป็นหนุ่มสไตล์เมืองกรุงขี้โอ่ เห็นแก่ตัว ใจร้าย ขี้อิจฉา ชอบวางอำนาจ แต่เขารักซุนอี หวังจะได้แต่งงานกับเธอ จึงขยันมาป้วนเปี้ยนยุ่มย่ามกับครอบครัวเธอเป็นกิจวัตร ซึ่งกลายเป็นการสร้างความรำคาญใจให้ซุนอีซะมากกว่า

วันหนึ่ง ที่โรงเก็บของข้างๆบ้าน ซุนอีพบเด็กหนุ่มสภาพจรจัดคนหนึ่ง มีลักษณะพฤติกรรมกึ่งสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การกิน การไม่พูด มีแต่สายตาระแวงภัยตลอดเวลา แต่ทั้งตำรวจและสำนักราชการประจำหมู่บ้านก็ไม่สามารถหาทางออกหรือจัดที่ไปให้เด็กหนุ่มคนนี้ได้ในทันที แม่ซุนอีผู้โอบอ้อมจึงให้เขาอยู่ด้วยกันไปก่อนชั่วคราว ด้วยความสงสาร คิดว่าคงเป็นเด็กถูกทอดทิ้งจากภาวะสงคราม และตั้งชื่อให้สมาชิกใหม่ในครอบครัวคนนี้ว่า ชอลซู (รับบทโดย ซงจุงกิ)

ชอลซูถูกจับไปอาบน้ำอาบท่า ตัดผม ใส่เสื้อผ้าใหม่ รูปลักษณ์ภายนอกดูดีขึ้นละ แต่เมื่อสมาชิกใหม่มาร่วมโต๊ะอาหาร ความโกลาหลก็เกิด เพราะสัญชาติญาณการกินที่มูมมามน่ากลัว ความระแวงคนที่ทำให้ใครเข้าใกล้ไม่ได้ ซุนอีจึงคิดสอนเขาให้สามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนปกติได้ ด้วยใช้ตำราฝึกเลี้ยงสุนัข จนสามารถสั่งให้ทำ สั่งให้หยุด และมีรางวัลลูบหัวชมเชยที่ถูกใจชอลซูอย่างมาก การใช้ชีวิตร่วมกันจึงเป็นไปได้ราบรื่นขึ้น ชอลซูเรียนรู้อะไรใหม่ๆมากมายจากซุนอี เชื่อฟังซุนอีทุกอย่าง สามารถวิ่งเล่นตามซุนอี ซุนจาและเด็กๆเพื่อนบ้านได้อย่างกลมกลืนสนุกสนาน

เวลาผ่านไป ซุนอีเพิ่มพูนความรักผูกพันกับชอลซู จนถึงขั้นไม่ยอมปล่อยชอลซูไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เพราะห่วงกลัวจะไม่มีใครเข้าใจและเมตตาเขา ชอลซูจึงได้อยู่กับครอบครัวนี้ต่อไป ในขณะที่จีแทสะสมความไม่พอใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นคิดร้ายต่อชอลซู ชอลซูถูกกระตุ้นสัญชาติญาณดิบการต่อสู้เพื่อรอด เมื่อความโกรธพีคถึงจุด ชอลซูจะกลายร่างเป็น มนุษย์หมาป่า!! แต่ความดุร้ายนั้นจะพุ่งเป้าไปหาเฉพาะคนที่ทำร้ายเขาเท่านั้น เหตุการณ์ทำร้ายร่างกายกันจึงเป็นเรื่องถึงตำรวจ

ความซวยของเรื่องเกิดต่อมา เมื่อซุนอีผู้บอบบางเกิดเป็นลมขณะอยู่กับชอลซู ชอลซูตกใจแบกเธอขึ้นหลังไปหาทุกคนที่คิดว่าจะช่วยได้ แต่บังเอิญไม่มีใครอยู่สักคน จึงพาเข้าไปหลบไว้ในป่าลึก ทำให้ทุกคนเข้าใจผิดว่าชอลซูเกิดดุร้ายอีกครั้ง และจะทำร้ายซุนอี

ในขณะเดียวกัน ให้บังเอิญพบที่มาของชอลซูว่า เขาเป็นผลผลิตของโครงการวิจัยที่ทหารเคยลักลอบสร้างมนุษย์หมาป่าไว้ใช้ประโยชน์ในทางสงคราม นี่เอง เป็นที่มาว่า ชอลซูจึงแข็งแรงมาก สายตา จมูก หู ไวเยี่ยม คงสภาพไม่เสื่อมตามกาลเวลาด้วย

นายทหารและนักวิจัยเจ้าของโครงการถูกตามกลับมา และได้ตัดสินใจร่วมกันว่าเรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับ ถ้าไม่ฆ่าก็ต้องขังชอลซูไว้ติดตามพฤติกรรมก่อนว่าจะเป็นอันตรายหรือไม่ ซึ่งแนวโน้มก็เห็นว่าชอลซูดูอ่อนโยนปลอดภัย มีแววเรียนรู้ได้ และปรับตัวอยู่ในสังคมได้ แต่สำหรับจีแทแล้ว ชอลซูเป็นเพียงแค่สัตว์ประหลาดที่ไม่ควรมาอยู่ร่วมกันกับมนุษย์ หรือแย่งความรักความสนใจจากซุนอีไป เขาจึงมิรอช้า หลอกล่อชอลซูเข้าฉากป้ายสี ให้กลายเป็นตัวอันตรายที่ต้องถูกกำจัดพ้นทางโดยไว (โอย! ยูยอนซอกเล่นเรื่องนี้ได้ร้ายชวนโดนถีบมาก และก็ชวนสงสัยว่า ถ้ายูรวยเท่ขนาดนี้ จะมาหลงรักสาวป่วยๆจนๆคนนี้ทำไม ห๊า!)

แผนชั่วของจีแททำให้เหตุการณ์บายปลายไปเยอะ น่าเป็นห่วงชะตากรรมของชอลซู จะเกิดอะไรขึ้นต่อไปกับความสัมพันธ์ของเขาและเธอ จนทำให้ย้ายไปอยู่ในอเมริกา และการกลับมาเยือนบ้านหลังนี้อีกครั้งของคุณยายซุนอี แม้จะผ่านเลยไปถึงสี่สิบกว่าปีแล้ว จะพบเรื่องราวใดอีก ไปติดตามชมต่อกันได้

รีวิวภาพยนตร์ 

รีวิวภาพยนตร์ 
จริงๆแล้ว เรื่องนี้เป็นเมโลดรามา หรือเรียกง่ายๆภาษาชาวบ้านกันว่า หนังน้ำเน่าประโลมโลก คือ ตัวละครมาแบบไม่เรียล มีเพียง 2 มิติ ดีสุดกับร้ายสุด ไม่มีเทาๆ เรื่องราวก็เป็นสูตรสำเร็จ คนไม่ดีทำร้ายคนดี ทำให้เดาเรื่องราวได้ง่าย แต่หนังก็ยังให้ความสนุกสนานที่ชวนติดตามได้อยู่ เพราะความเข้มข้นของอารมณ์ ความน่าเอ็นดูและชวนสงสาร ลุ้นในชะตากรรมของชอลซู และยังลุ้นความรักความผูกพันของเขาทั้งสองว่าจะได้ลงเอยเป็นอย่างไร บางคนบอกว่าชวนนึกถึงเทพนิยาย The Beauty and The Beast โฉมงามกับเจ้าชายอสูร แต่ผู้เขียนว่าโดยรวมหนังไม่ได้โรมานซ์แฟนตาซีถึงขั้นนั้นนะ ในความเห็นส่วนตัวกลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นแบบ E.T. The Extra Terrestrial เพื่อนรักจากต่างดาวมากกว่า

ความซึ้งประทับใจในความรักผูกพันของซุนอีกับชอลซู มาในรูปแบบที่เปรียบเสมือน เจ้านายกับสัตว์เลี้ยง เพื่อนกับเพื่อน หรือในบางมุมที่ผู้ชมอาจจะอยากลุ้นให้เขารักกันเช่นหนุ่มสาว แต่เชื่อไหมว่า ถึงจะไม่ได้ชัดว่าเป็นรักกันแบบชายหญิง แต่แทบทุกฉากเข้าบทพระนางกันก็ทำให้ผู้ชมมีความฟินได้เต็มๆนะ ซึ่งเดิมหนังก็ทิ้งบทจบไว้แบบเรียลๆ ทราบมาว่าผู้กำกับได้ตัดสินใจปรับบทจบใหม่ภายหลังที่หนังได้เปิดตัวไปแล้ว เพื่อให้หนังได้อรรถรสสมบูรณ์ขึ้น

หนังเรื่องนี้เรียกน้ำตาได้หลายๆฉาก ที่ผู้เขียนประทับใจมาก คือ หลังจากซุนอีพยายามสอนพูดอ่านเขียนให้ชอลซูไปมากมาย แต่ก็ยังไม่เห็นจะมีบทให้ชอลซูพูดได้สักที จนมาถึงฉากสำคัญที่ซุนอีตัองตัดสินใจอย่างเจ็บปวดไล่ชอลซูให้จากไปเพื่อความปลอดภัยของเขาก่อนที่ชาวบ้านจะมาถึง คำพูดแรกที่ชอลซูออกมาจากปากและจากใจ คือ ‘คาจิมา’ ซึ่งแปลว่า ‘อย่าไป’ โห..น้ำตาหยดแหมะทันใด หรือฉากง่ายๆตลอดเรื่องที่จะเห็นชอลซูมักคอยก้มหัวลงเพื่อขอให้ซุนอีลูบแสดงความรักเป็นรางวัลตอบแทนทุกครั้งที่ทำถูกใจตามสั่ง ทำเอาเราต้องอมยิ้มอิ่มเอมใจ หรือแม้แต่คำสั้นๆในกระดาษโน้ตที่บอกชอลซูว่า ‘รอก่อน’ มันช่างฟิลจี๊ดสะเทือนใจมาก

ซงจุงกิ สลัดคราบ flower boy (เป็นคำเรียกหนุ่มหน้าตาดีในสำนวนของชาวเกาหลี) หน้าหวานๆ เปลี่ยนเป็นสิ่งมีชีวิตกึ่งคนกึ่งสัตว์ได้น่าสนใจ การแสดงของเขาทำได้ดีมาก ด้วยทั้งท่าทาง และสายตา บทสวาปามมูมมามเป็นสัตว์ป่าผู้หิวโหย บทตื่นตัวระแวดระวังภัย บทใสซื่ออยากรู้อยากเห็น บทเชื่องแบ๊วจงรักภักดี บทหวงแหนเจ้าของ ยกเว้นบทเดียวคือความดุร้ายอันตรายเป็นหมาป่า ก็ไม่รู้เป็นเพราะหน้าตาหวานๆทำได้ยาก หรือ ยังแสดงไม่ถึง เทคนิคถ่ายทำก็ช่วยไม่ได้มาก ส่วนตัวไม่ค่อยได้อารมณ์หวาดกลัวเท่าไหร่เลย แต่เอาจริง ลึกๆของคาแรคเตอร์ตัวละครชอลซูก็อาจไม่ได้เน้นด้านดุร้ายอยู่แล้ว ถ้าจะเปรียบก็คงเหมือนเป็นสุนัขพันธุ์น่ารัก พวกกลุ่ม toy ที่เวลาโกรธก็แยกเขี้ยวได้ แต่เนื้อแท้ก็ยังมีความน่ารักอยู่มั้ง (นี่เข้าข้างกันเกินไปรึปะนะ 555)

เมื่อซงจุงกิเข้าบทกับพัคโบยองที่แสดงได้ดีเยี่ยม ถ่ายทอดอารมณ์ได้เป็นธรรมชาติมาก เคมีทั้งคู่ไปด้วยกันได้ลงตัว จึงควรค่าให้บันทึกไว้เป็นตำนานรักบริสุทธิ์อีกบทหนึ่งที่งดงามตราตรึงใจผู้ชมไปทั่วโลก

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.korseries.com…