ภาพเบื้องหลังการทำงานสุดล้ำจาก Avatar 2

ทวิตเตอร์ทางการของภาพยนตร์ Avatar ได้โพสต์ภาพเบื้องหลังงานสร้างภาคต่อที่แฟนหนังทั่วทั้งโลกรอคอย โดยเป็นภาพการถ่ายทำใต้น้ำซึ่งเป็นแนวทางใหม่ที่เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้อยากเสนอประสบการณ์​ใหม่แก่คนดู ยิ่งกว่านั้นยังมีอีกภาพที่เป็นนักแสดงในบ่อที่บรรจุโฟมสีขาวเล็กๆซึ่งเราจะต้องคอยติดตามมองว่า โฟมเล็กๆพวกนี้จะถูกเปลี่ยนสภาพไปเป็นอะไร

ที่ผ่านมา จอน แลนเดา โปรดิวเซอร์ผู้คุมงานสร้าง Avatar ได้โพสต์ภาพเบื้องหลังการตระเตรียมสำหรับนักแสดง โดยได้พากันไปฝึกฝนและก็เก็บเนื้อเก็บตัวกันที่ฮาวาย เพื่อได้ประสบการณ์โลกใต้น้ำอย่างแท้จริง

Avatar นับเป็นภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่อีกเรื่องหนึ่ง ที่ไม่ว่าจะทิ้งห่างเวลาไปนานแค่ไหน แฟนหนังก็ยังคงรอคอยอยู่เป็นประจำ ย้อนกลับไปในวันที่ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าฉาย ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่เปลี่ยนแปลงประสบการณ์การชมภาพยนตร์ไปอย่างยิ่งจริงๆ ด้วยการจัดเต็มทางด้านเทคนิค CGI ผสมผสานกับเทคโนโลยี Motion Captured ที่นับได้ว่าเป็นของใหม่สุดล้ำในยุคสมัยนั้น

Avatar

เมื่อระยะเวลาผ่านไป คนจำนวนไม่น้อยก็เลยคอยการกลับมาอีกรอบของชาวนาวี แห่งดาวแพนโดร่า เรื่องราวใน Avatar 2 นี้จะเกิดเรื่องราวที่จะพาไปเผชิญภัยค้นหาโลกใต้บาดาลของดาวแพนโดร่า สำหรับ Avatar 2 นี้ เจมส์ คาเมรอนก็ได้วางแผนกลับประสบการการดูภาพยนตร์อีกรอบ ด้วยการนำเทคโนโลยีการชมหนังสามมิติโดยไม่สวมแว่นมาใช้ จะสร้างการเปลี่ยนแปลงและก็เปลี่ยนเป็นเส้นทางใหม่สำหรับในการดูภาพยนตร์ได้เช่นไรนั้น จะต้องรอคอยติดตาม…

“คลาร์ก” ดาวหางขนาดยักษ์ ที่กำลังพุ่งเข้าหาโลก ไม่อาจมีทางเลี่ยง

ภาพยนตร์สุดระทึกขวัญทุกเรื่องควรมีตัวร้ายที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งบางทีอาจอยู่ในรูปของอสูรกาย สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติ หรือพลังที่ธรรมชาติ ไม่ว่าจะเรื่องไหนมันมักจะมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร – แม้กระนั้นไม่มีอะไรจะน่าสยดสยองไปกว่าดาวหางขนาดยักษ์ชื่อ ” คลาร์ก ” ซึ่งกำลังพุ่งเข้าพบโลก

ริกอยากที่จะให้สัตว์ประหลาดของเขาสามารถจู่โจมได้ตลอดระยะเวลา และก็ด้วยพลังที่ไม่บางทีอาจจินตนาการได้ “ เราออกแบบดาวหางเพื่อองค์ประกอบของมันจู่โจมได้ในตลอดเวลา” เขาอธิบาย “ เรากำลังจะทำให้ครอบครัวนี้อะดรีนาลีนพุ่งพล่านจากการต่อสู้แล้วก็เอาชีวิตรอดจากสัตว์ประหลาดที่ไม่สามารถที่จะหยุดยั้งตัวนี้”

ริกยังเล่าว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้มีสัตว์ประหลาดอีกตัว แต่ว่าคุณไม่เห็นมันชัดหรอก “ ใน GREENLAND เราให้ตัวละครอยู่ในแถบสีเทาทางศีลธรรม รวมทั้งบททดสอบทางสังคม เรากำลังมองเห็นคนดีที่หมดหวังที่จะมีชีวิตรอด รวมทั้งความหดหู่ทำให้พวกเขาจะต้องทำสิ่งที่ชั่วร้าย”

สำหรับในการสร้างตัวประหลาดของพวกเขาทีมผู้สร้างได้ศึกษาวิทยาศาสตร์ของดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง และก็อุกกาบาต “ส่วนที่สนุกสนานสำหรับการสร้างภาพยนตร์คือคุณอยากที่จะให้มันออกมาเหมือนจริงมากที่สุด”

ริกกล่าวต่อ “ฉะนั้นพวกเราก็เลยศึกษาค้นคว้ามากมายรวมทั้งดูวิทยาศาสตร์ว่าดาวหางเดินทางได้เร็วขนาดไหนและก็พวกมันจะพุ่งออกมาจากระบบสุริยะอื่น รวมทั้งเข้ามาอยู่ในเรดาร์ของเราภายในช่วงระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมงได้ยังไง ดาวเคราะห์น้อย ดาวหางแล้วก็อุกกาบาตจะสามารถแยกตัวออกจากกันได้ในตอนระยะเวลาหลายล้านปี เนื่องจากมันบางทีอาจจะชนกันเอง หรือชนกับสิ่งอื่นๆทำให้อวกาศมีดาวหางเป็นล้านๆสิ่งนี้ทำให้เรามีสัตว์ประหลาดซึ่งสามารถจู่โจมได้ตลอดระยะเวลา และก็เราลองคิดต่อว่า ถ้าหากมันเป็นอย่างนี้ล่ะ ซึ่งทำให้เกิดความสนุกบนจอภาพยนตร์

นอกจากงานวิจัยวิทยาศาสตร์แล้ว ทีมผู้สร้างยังตรวจสอบความเป็นคนเมื่อพบกับภัยพิบัติ “ผมชอบดูสารคดีพวกท้องฟ้า ดาวเคราะห์ ดาวหาง และดาวเคราะห์น้อย” บัตเลอร์กล่าว “แม้กระนั้นผมก็บอกให้ริกดูสารคดีสองสามเรื่องเกี่ยวกับการพุ่งชนของดาวหาง แล้วก็สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับคนที่ต้องเจอเหตุการณ์แบบนั้น และก็การปล้นที่มักมากับภัยพิบัติ ผู้คนที่เจอเหตุการณ์ที่รุนแรงจะทำตัวยังไง รวมทั้งใครจะเริ่มก่อน”

คลาร์ก

Wonder Woman 1984 เจ้าหญิงแห่งอเมซอน ผู้ที่เผชิญหน้ากับ “ชีต้า”

WonderWoman1984 (วันเดอร์ วูแมน 1984) กำกับการแสดง.โดย แพ็ตตี้ เจนกินส์ แสดงนำโดย กัล กาโดท (ไดอาน่า ปริ้นซ์)

ซึ่งกลับมาพร้อมนักแสดงทั้งจากภาคแรก แล้วก็มีมาเสริมทัพอีกเนืองแน่นมากมาย

เป็นต้นว่า คริส ไพน์ (สตีฟ เทรเวอร์), คอนนี่ นีลเซน, โรบิน ไรท์, คริสเตน วิก (ชีต้า), เพโดร ปาสคาล (แม็กซ์ ลอร์ด), นาตาชา รอธเวลล์ ฯลฯ คราวนี้จะพา “ไดอาน่า ปริ้นซ์”

ไปสู่ช่วงเวลานับเป็นเวลาหลายปีภายหลังเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหนังภาคแรกในช่วงเวลานี้เจ้าหญิงแห่งอเมซอนผู้ไม่ท้อถอยจำเป็นต้องไปเผชิญหน้ากับ “ชีต้า” ในช่วงระหว่างสงครามเย็นยุค 80

Bond 25: No Time to Die (พยัคฆ์ร้ายฝ่าเวลามรณะ)

Bond 25: No Time to Die ( พยัคฆ์ร้ายฝ่าเวลามรณะ ) แดเนียล เคร็ก กลับมารับบทบาท เจมส์ บอนด์ เป็นครั้งที่ 5 ในภาพยนตร์ James Bond

ซึ่งเป็นภาคที่ 25 โดยใช้ชื่อว่า No Time To Die (007 พยัคฆ์ร้ายฝ่าเวลามรณะ) ภาพยนตร์กำกับโดย แครี่ โจจิ ฟูกุนากะ

ใน No Time To Die เจมส์ บอนด์กำลังสนุกไปกับชีวิตอันเงียบสงบในจาไมก้า แต่ว่าขณะพักผ่อนนั้นก็เป็นเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆเนื่องจากเฟลิกซ์ เลเทอร์ เพื่อนเก่าจากหน่วยสืบราชการลับของสหรัฐอเมริกา(ซีไอเอ) มาขอให้เขาช่วยทำงาน วัตถุประสงค์เป็นช่วยเหลือนักวิทยาศาสตร์ที่ถูกลักพาตัวไป ซึ่งเหตุการณ์นี้มองเลวร้ายกว่าที่คิดไว้ บอนด์จะต้องเข้าไปพบเจอกับศัตรูลึกลับที่ใช้เทคโนโลยีรุ่นใหม่สุดอันตรายเป็นอาวุธ

นอกเหนือจาก แดเนียล เคร็ก แล้ว ภาพยนตร์ No Time To Die ยังได้เจ้าของรางวัลออสการ์อย่างรามี มาเลค มาร่วมงานด้วย รวมทั้งนักแสดงอีกเพียบเลย อาทิเช่น เลอา เซย์ดูว์, ลาชาน่า ลินช์, เบน วิชอว์, นาโอมิ แฮร์ริส, เจฟฟรี่ย์ ไรท์, คริสทอฟ วอลทซ์ แล้วก็เรล์ฟ ไฟนส์ ในบท “เอ็ม” ร่วมด้วย รอรี่ คินเนียร์ รวมทั้ง อนา เดอ อาร์มัส

Black Widow (แบล็ควิโดว์) ตำนานยุค Infinity Saga

Black Widow ( แบล็ควิโดว์ ) จะเป็นหนังเรื่องแรกในเฟส 4 ที่จะเป็นการประเดิมตำนานยุคใหม่ ต่อจากยุคของ Infinity Saga ที่เพิ่งสิ้นสุดไป

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีเส้นเรื่องเกิดขึ้นภายหลังจากเรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง Captain America: Civil War เราได้มองเห็นนาตาชาตัดสินใจเลือกที่จะสามารถช่วยเหลือกัปตันอเมริกาในช่วงท้าย ทำให้เธอจะต้องแอบหนีเปลี่ยนเป็นอาชญากรผู้ละเมิดสนธิสัญญาโซโคเวีย

โดยผู้ที่เป็นหัวหอกของการตามล่านี้ก็ไม่ใช่คนไหนอื่น แต่ว่าเป็นนายพลรอสส์ คนเดิมกับที่เสนอให้มีสนธิสัญญาให้เหล่าอเวนเจอร์สอยู่ภายใต้การควบคุม นี่ก็เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้เราได้มองเห็นฉากการแอบหนีของนาตาชา ที่เธอไม่สามารถที่จะอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้อีกต่อไป เธอบางทีก็อาจจะหนีจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ไปได้ แต่ว่าดูราวกับว่าเธอจะไม่สามารถที่จะหนีจากอดีตได้ นาตาชาถูกลอบโจมตี ซึ่งคนที่ดักจู่โจมเธอนั้นเป็น วายร้ายปริศนา ที่ใช้ชื่อว่า ทาส์กมาสเตอร์ (Taskmaster)

A Moment of Romance (ผู้หญิงข้า…ใครอย่าแตะ) ภาพยนตร์จากแดนมังกร ที่ทำรายได้สูงสุดในไทย

AMomentofRomance ไร้ท์ บิยอนด์ นำความทรงจำข้ามผ่านกาลเวลา ด้วยภาพยนตร์จีนที่ทำรายได้สูงสุดตลอดไปในประเทศไทย “A Moment of Romance – ผู้หญิงข้า…ใครอย่าแตะ” ด้วยรายได้มากยิ่งกว่า 23 ล้านบาทไทย แล้วก็ 127 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อ 30 ปีก่อน

ทำให้ “A Moment of Romance – เพศหญิงข้า…ใครอย่าแตะ” เปลี่ยนมาเป็นภาพยนตร์จีนที่ทำเงินสูงสุดตลอดไปทั้งยังในบ้านเราและก็ในตลาดต่างประเทศ ทั้งยังมีผลให้ตัวหนังแล้วก็ชื่อของ 2 นักแสดงอย่าง “หลิวเต๋อหัว” และก็ “อู๋เชี่ยนเหลียน” ก้าวขึ้นสู่ความเป็นอมตะในวงการภาพยนตร์อย่างที่คนไหนก็ยากจะทำเป็น “A Moment of Romance(ผู้หญิงข้า…ใครอย่าแตะ)”

บางทีอาจกล่าวได้ว่าเป็น “ตำนานรักแห่งเกาะฮ่องกง” ด้วยการนำเสนอเรื่องราวของหนุ่มนักเลง อันธพาลสมาชิกของแก๊งมาเฟียที่พรหมลิขิตนำพาให้ได้พบรักกับลูกสาวของมหาเศรษฐี อันเอามาสู่การแอบหนี การทรยศ หักหลัง แล้วก็การชำระแค้นที่ส่งผลให้เกิดจุดจบ เมื่อ 1 ในตัวละครเอกจะต้องจบชีวิตลง ทิ้งให้อีก 1 ตัวละครจะต้องเดินอยู่สิ่งเดียวดายบนท้องถนน จากการรังสรรค์ของผู้อำนวยการสร้างชื่อดัง “ตู้ฉีฟง” รวมทั้งกำกับฯ โดย “เฉินมู่เซิ่ง” ผู้กำกับฯผู้เพิ่งจะจากไปเมื่อไม่กี่วันก่อน จัดเตรียมเจอกับการกลับมาโลดแล่นบนจอภาพยนตร์อีกรอบของ “A Moment of Romance (ผู้หญิงข้า…ใครอย่าแตะ)” โดย ไร้ท์ บิยอนด์ ได้ตั้งแต่ 15 ต.ค. 2563 นี้ เป็นต้นไป ที่โรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์เพียงแค่นั้น

Greenland (นาทีระทึก…วันสิ้นโลก) มหันตภัยยิ่งใหญ่ เมื่ออุกกาบาตลูกใหญ่กำลังจะชนโลก

” Greenland ( นาทีระทึก…วันสิ้นโลก )” หนังมหันตภัยเรื่องยิ่งใหญ่แห่งปี เมื่ออุกกาบาตลูกใหญ่กำลังจะชนโลก จอห์น แกริตี้ แล้วก็ครอบครัวได้รับเลือกให้ลี้ภัยในศูนย์พักพิง

แต่ว่าเขาจะต้องเจอกับความวุ่นวายจนถึงมีเหตุให้พลัดพรากจากครอบครัว จอห์นก็เลยทำทุกหนทางเพื่อตามหาภรรยาและก็ลูกซึ่งป่วยเป็นเบาหวาน ก่อนโลกจะแตกดับลงต่อหน้าต่อตา

แสดงนำโดย เจอราด บัตเลอร์,โมเรนา แบคคาริน, เดวิด เดนแมน, โฮป เดวิส, โรเจอร์ เดล ฟลอย, แอนดรูว์ บาชเลอร์, เมอร์ริน ดันกี้, ร่วมด้วย โฮลท์ แมคคัลนี กำกับการแสดงโดย ริก โรมัน วาฟ เขียนบทโดย คริส สปาร์ลิง

Tesla ผู้ล่าอนาคต กับสิ่งประดิษฐ์ ที่ทำให้โลกเปลี่ยนไป

Tesla (เทสลา) เรื่องราวของอัจฉริยะผู้ที่อาภัพ นิโคลา เทสลา (โดยรับบทบาท อีธาน ฮอว์ค) ที่จะเล่าถึงขณะที่เขาจะต้องต่อสู้เรื่องกระแสไฟฟ้ากับ โทมัส เอดิสัน เรื่องราวความรักกับ แอนน์ มอร์แกน รวมทั้งสิ่งประดิษฐ์ของเขาจำนวนมากที่เปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบไปตลอดไป

 …

ภาพยนตร์เขย่าขวัญ แหวกคอนเซปต์อย่าง “Antebellum” หลอน ย้อน โลก

กลายเป็นภาพยนตร์เขย่าขวัญแห่งปีสำหรับคนชอบดูหนังทั่วทั้งโลกไปแล้ว สำหรับภาพยนตร์เขย่าขวัญ ประหลาด คอนเซปต์เทพอย่าง Antebellum ผลงานเรื่องล่าสุดจากผู้สร้างภาพยนตร์ที่ยุแหย่ ปั่นหัวคนมาแล้วทั่วทั้งโลกอย่าง Get Out แล้วก็ Us เพราะว่าเมื่อปล่อยภาพใบปิดแรกกับตัวอย่าง ก็เรียกเสียงฮือฮาจากสื่อชั้นแนวหน้าจากทั่วทั้งโลกอย่างเว็บวิภาควิจารณ์หนังอย่าง Rotten Tomatoes แล้วก็ Collider ต่างก็ยกให้ Antebellum ขึ้นหิ้งหนังเขย่าขวัญห้ามพลาดแห่งปีไปแล้ว

สิ้นสุดการคอยสำหรับคนชอบดูหนังคนไทยจะได้พิสูจน์ผลงานระทึก ไอเดียแปลกกับตัวอย่างซับไทย ที่เปิดเผยให้มองเห็นเรื่องราวและก็บทบาทการแสดงของ ดาราหนังสาวผิวสี “จาแนลล์ โมเน่” ที่สร้างผลงานการแสดงอันโดดเด่น สะดุดตามาแล้วจาก Moonlight แล้วก็ Hidden Figure รวมทั้งยังเป็นผู้เข้าชิงรางวัลแกรมมี่อวอร์ดในฐานะศิลปิน มาร่วมถ่ายทอดการแสดงสุดหลอนสั่นประสาท

ในหนังที่คาดการณ์คำตอบมิได้ กับบทบาทของ เวโรนิก้า เฮนลีย์ นักเขียนระดับเบสต์เซลเลอร์ ที่ถูกโชคชะตาะนำพาให้เธอเข้าไปติดอยู่ในโลกความเป็นจริงสุดน่าสะพรึงกลัว และก็จะต้องไขปริศนาหาคำตอบของเรื่องราวสุดหลอนคราวนี้ไปให้ได้ ก่อนจะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายจนกระทั่งไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ตลอดไป…

ความงามท่ามกลางเวลาย้อนกลับใน TENET “อลิซาเบ็ธ เดบิกกิ”

คนไหนที่ได้ดูตัวอย่าง TENET มาแล้ว คงสะดุดตากับหญิงสาว 3 ผู้ที่เคยปรากฎตัวในตัวอย่างมากมายตัวที่ปล่อยออกมา หนึ่งในนั้นเป็นหญิงสาวศิลปินดาราหนังชาวออสเตรเลีย ด้วยความสูงกว่า 190 ซม. บวกกับใบหน้าสวยสดที่ช่วยส่งเสริมให้เธอสะดุดตาอีกหลายเท่าตัว ท่ามกลางเรื่องราวการโจรกรรมภารกิจหยุดยั้งสงครามโลกครั้งที่ 3 ใช่แล้ว…เรากำลังเอ่ยถึงเอลิซาเบ็ธ เดบิกกิ ผู้รับบท แคท เธอจะมีบทบาทสำคัญยังไงอาจจะต้องไปรอคอยหาคำตอบในภาพยนตร์ ว้นนี้เราจะพาไปเจาะโปรไฟล์ของเธอสักนิดสักหน่อย

แม้ว่าจะพูดว่าเอลิซาเบ็ธ เป็นดาราหนังชาวออสเตรเลีย แม้กระนั้นเธอมีเชื้อสายผสมอีกทั้งเชื้อสายโปแลนด์จากฝั่งพ่อ รวมทั้งเชื้อสายออสเตรเลียของแม่ รวมถึงบรรพบุรุษที่มีเชื้อสายไอริชด้วย เธอเติบโตมาในครอบครัวของนักบัลเลต์สองคนที่พบรักกันระหว่างทำการแสดงร่วมกัน เอลิซาเบ็ธเป็นพี่สาวคนโตของน้องสาวแล้วก็น้องชายอีกทั้ง 2 คนของเธอ เธอเริ่มต้นงานด้านการแสดงจากการเล่นบัลเลต์ในวัยเด็ก ก่อนที่จะผันตัวไปสนใจในด้านการแสดงละครเวที ตราบจนกระทั่งเธอจบการศึกษาด้านการแสดงละครจากวิทยาลัยศิลปะ Victorian College จากมหาวิทยาลับเมลเบิร์น

โดยในวันที่ 24 ส.ค.2563 ก็เป็นวันครบรอบวันคล้ายวันเกิดอายุ 30 ปีของเธอพอดิบพอดี เธอเริ่มต้นชีวิตของดาราหนังในภาพยนตร์ออสเตรเลียเรื่อง A Few Best Men ในปี 2011 ก่อนที่จะครอบครองรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจากเวที AACTA Awards ได้จากภาพยนตร์เรื่อง Great Gatsby ต่อจากนั้นเธอก็ไปแสดงในละครเวทีบ้าง

ก่อนที่จะกลับมารับบทสมทบหญิงอีกทีในภาพยนตร์เรื่อง The Man from U.N.C.L.E รวมทั้ง Guardians of the Galaxy Vol.2

โดยในภาพยนตร์เรื่อง TENET นี้ เอลิซาเบ็ธ เดบิกกิ จะมารับบทเป็น แคท ภรรยาของ Andrei Sator วายร้ายหลักของเรื่อง

ซึ่งคริสโตเฟอร์ โนแลน ได้เผยออกมาว่า แคทจะเป็นตัวละคร ภรรยาที่มีความสัมพันธ์ไม่ค่อยราบรื่นนักกับสามี เธอจะต้องก้าวเข้าไปมีส่วนร่วมกับสถานการณ์ที่ไม่ชอบมาพากลนัก แต่ว่าเธอจะมีบทบาทสำคัญยังไง จะต้องไปพบคำตอบกันในโรงภาพยนตร์ 27 ส.ค.นี้…