บงกช นั่งแท่นหนึ่งในกรรมการตัดสินการแสดง รางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 28

บงกช เบญจรงคกุล ได้ออกมาเผยถึงภาพยนตร์ที่ได้เข้าชิงในแต่ละเรื่องของปีนี้ว่าเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ มีความขัดเจนเท่าเทียมกัน และเป็นปีที่มีความเป็นธรรมมากที่สุดอีกปีหนึ่ง โดยในปีนี้ผลงานกำกับของ ตั๊ก บงกช ในเรื่อง เพื่อนฉันฝันสลาย ยังได้เข้าชิงรางวัลนักแสดงนำหญิงอีกด้วย

เป็นกรรมการมา 3 ปีแล้ว วันนี้มาเป็นตัวแทนให้กรรมการท่านอื่น จริงๆ มีหลายท่านที่อยู่ในกลุ่มสาขาการแอคติ้ง ที่จะมาตัดสินเกี่ยวกับการแสดง ปีนี้ดูยิ่งใหญ่ชัดเจนค่อนข้างมีความเท่าเทียม ออกสิทธิ์ออกเสียงกันมีความเป็นธรรมที่สุดมากๆ ซึ่งมันก็จะเกี่ยวกับเรื่องรายได้ของภาพยนตร์ เรื่องของแอนิเมชั่น หนังที่ให้ประโยชน์กับสังคม ภาพยนตร์แต่ละสาขาก็ค่อนข้างที่จะตรงตามสาขานั้นๆ ในส่วนของตั๊กก็ไม่ยากเพราะเราเรียนมาทางนี้เล่นมาทางนี้อยู่แล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com

คริสเตนสจ๊วต นำทีมสาวๆ เผยโฉมแรกจากหนังรีบูต Charlie’s Angels

คริสเตนสจ๊วต หลังจากประกาศรายชื่อนักแสดงที่จะมารับบท นางฟ้าชาร์ลี ในหนังรีบูต Charlie’s Angels กันเมื่อปลายปี 2017 ซึ่งหนังถือเป็นผลงานการกำกับหนังเต็มตัวเรื่องที่สองของนักแสดงสาว เอลิซาเบธ แบงก์ส (Elizabeth Banks) ล่าสุดหนังได้ปล่อยภาพแรกออกมาให้แฟนๆ ได้ชมกันแล้ว

โดยภาพเซ็ตนี้เผยให้เห็นคาแรคเตอร์ของสาว ได้แก่ คริสเตน สจ๊วต (Kristen Stewart), นาโอมิ สก็อตต์ (Naomi Scott), เอลลา บาลินสกา (Ella Balinska) และผู้กำกับสาว เอลิซาเบธ แบงก์ส ที่ทั้งกำกับและแสดงนำด้วยตัวเอง ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้เป็นการรีบูตจากหนังแอคชั่นคอมเมดี้ปี 2000 ที่ว่าด้วยเรื่องราวของนักสืบเอกชนรุ่นใหม่ที่ทำงานให้กับชายลึกลับชื่อ ชาร์ลี

Charlie’s Angels เข้าฉายในสหรัฐฯ 15 พฤศจิกายน 2019

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com

แมดส์มิคเคลเซน ปะทะ “ธรรมชาติ” ในหนังเอาชีวิตรอดสุดระทึก Arctic

แมดส์มิคเคลเซน Arctic ภาพยนตร์เอาชีวิตรอดสุดระทึกที่มีฉากหลังเป็นภูมิประเทศอันหนาวเหน็บในเขตทุนดราทางตอนเหนือที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและน้ำแข็ง ชายคนหนึ่งที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ทั้งสวยงามและโหดร้ายในเวลาเดียวกัน

เรื่องราวของ Arctic ได้รับการตัดแต่งให้เหลือแต่โครงเรื่องอย่างเดียว สิ่งที่ผู้กำกับ โจ เพนนา ต้องการถ่ายทอดมีเพียงแค่ความตั้งใจในการเอาชีวิตรอดของชายคนหนึ่งที่ต้องดิ้นรนต่อสู้กับความโหดร้ายของธรรมชาติเท่านั้น และสิ่งที่ผุ้ชมจะได้เห็นคือ โอเวอร์การ์ด ที่รับบทโดยนักแสดงมือเก๋า แมดส์ มิคเคลเซน ปรากฏบนหน้าจอภาพยนตร์ตลอดแทบทั้งความยาวของเรื่อง ภาพของเขาที่เขียนคำว่า “SOS” บนทุ่งหิมะกับซากเครื่องบินที่ดูเหมือนว่ามันพังมานานแล้วเป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่านี่คือเรื่องราวการเอาชีวิตรอดของคน ๆ หนึ่ง วันนี้เราได้พูดคุยกับ เบเนชิโอ เดลโทโร่ นักแสดงนำของเรื่อง กับบทบาทชายหนุ่มที่ต้องรอความช่วยเหลืออย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งตลอดทั้งปี

การถ่ายทำครั้งนี้ลำบากหรือเปล่า?

สภาพแวดล้อมที่คุณเห็นในนั้นคือของจริงครับ มันคือสิ่งที่พวกเราต้องเผชิญกันจริง ๆ มันเป็นอะไรที่ฟังดูบ้ามากใช่มั้ยครับ พวกเราไม่น่าสร้างหนังเรื่องนี้เลย! (หัวเราะ) ผมล้อเล่นครับ ผมรักหนังเรื่องนี้ ผมคิดว่ามันเป็นหนังที่ดูงดงามราวกับจินตนาการ แต่สิ่งที่ผมต้องเผชิญก็คือความยากลำบาก ผมทำได้เพียงการก้าวเดินต่อไปข้างหน้าทีละก้าวเพื่อการบรรลุเป้าหมายของแต่ละวันเท่านั้นครับ

ถ้าคุณอยู่ในเหตุการณ์เหมือนในหนังเรื่องนี้ คุณจะทำอย่างไร?

ผมเดาว่าผมก็คงจะทำแบบเดียวกันกับตัวละครที่ผมแสดงนี่ล่ะครับ เราไม่ได้สร้างให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเอาตัวรอด เขาเป็นเพียงชายที่ติดอยู่ในที่แห่งนั้น เขาทำตามสัญชาติญาณของมนุษย์ เขาจำเป็นต้องมีอาหารและที่พัก เขาเป็นเสมือนภาพสะท้อนของพวกเราหลาย ๆ คนหากว่าเราต้องติดอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น เราไม่ต้องการให้เขาเป็นสุดยอดอัจฉริยะหรือว่าคนโง่ ๆ เราแค่อยากให้เขาเป็นคนที่ทำตามสามัญสำนึกเหมือนกับพวกเราทุก ๆ คนครับ

คุณรู้สึกอย่างไรกับการแสดงแทบทั้งโปรเจกต์ด้วยตัวคนเดียว?

มันเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก ๆ ครับ มันเป็นอะไรที่พิเศษ คำพูดของตัวละครตัวนี้ถูกถ่ายทอดผ่านทางสีหน้าและท่าทาง เราไม่จำเป็นต้องใช้คำบรรยายอะไรมากมายสำหรับการเล่าเรื่อง เพราะการอ่านสิ่งที่เกิดขึ้นในนั้นมันง่ายอยู่แล้วครับ

เตรียมพบการแสดงที่หฤโหดที่สุดในชีวิตของ แมดส์ มิคเคลเซน (Doctor Strange) ในบทของชายที่ต้องรอความช่วยเหลืออย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งตลอดทั้งปี ถึงแม้เขาจะพบกับช่วงเวลาของความหวัง ธรรมชาติอันโหดร้ายก็ได้ทำลายทางรอดของเขาอย่างไร้ความปราณี เขาจึงต้องตัดสินใจเลือกระหว่างการรออยู่ในสถานที่ปลอดภัยต่อไป กับ การออกเดินสู่หนทางที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อไขว่คว้าความรอดด้วยตัวเอง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

ฮอลลีวูด จ่อสร้างหนัง Gundam ฉบับคนแสดง

ฮอลลีวูด ผู้สร้าง Pacific Rim ประกาศสร้างโปรเจกต์หนังไลฟ์-แอ็คชั่น Gundam คว้าหุ่นกันดั้มชื่อดังของญี่ปุ่นสู่จอยักษ์

ยู่คู่วงการการ์ตูนญี่ปุ่นจนขึ้นแท่นเป็นสงครามหุ่นยนต์เรื่องโปรดอันดับหนึ่งของใครหลายคนมานาน ในที่สุด เราก็จะได้เห็นเหล่าหุ่นนักรบ กันดั้ม มาโลดแล่นในวงการยักษ์ใหญ่อย่างฮอลลีวูดกันสักที โดยเป็นการเปิดเผยจากเจ้าของลิขสิทธิ์ Sunrise ที่จับมือกับสตูดิโอ Legendary Pictures เตรียมสร้างหนัง Gundam ฉบับไลฟ์-แอ็คชั่นแล้วเรียบร้อย

โดยโปรเจกต์ Gundam ไลฟ์-แอ็คชั่น ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นแผนการสร้างและยังไม่มีการประกาศรายชื่อผู้กำกับหรือผู้เขียนบทรวมถึงเนื้อเรื่องย่อของหนังแต่อย่างใด แต่แน่นอนแล้วว่า เคล บอยเตอร์ (Cale Boyter) จะรับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ใหญ่ ดูแลงานสร้างโดยรวมของ Legendary และ Sunrise

สำหรับการ์ตูน Gundam ต้นฉบับสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1979 เล่าเรื่องราวการต่อสู้ของหุ่นยนต์รบสุดเท่ขนาดยักษ์ ที่ประสบความสำเร็จโด่งดังจนมีการสร้างเป็นซีรีส์แอนิเมชั่นมากกว่า 14 ฉบับ โดยแฟรนไชส์และสินค้าในลิขสิทธิ์ทั้งหมดสามารถทำเงินสูงถึง 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2000 และยังไม่มีท่าทีว่าจะหยุดพัฒนาขยายจักรวาลในอนาคตอันใกล้

แฟน ๆ ต้องลุ้นกันต่อไปว่า เหล่านักแสดงที่จะมารับหน้าที่ถ่ายทอดสงครามสุดมันจะมีใครบ้างและ กันดั้ม ฉบับฮอลลีวูดนี้จะรุ่งหรือจะร่วง แต่มีบริษัท Sunrise ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์มาร่วมดูแลด้วยแบบนี้ เห็นทีจะมีแววสำเร็จอยู่ไม่น้อยเหมือนกันนะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.kapook.com

ค่อมชวนชื่น สวมบทเป็นหลวงตาให้เลขเด็ด ในตัวอย่างแรกของหนังฮา หลวงตามหาเฮง

ค่อมชวนชื่น, สุนารี ราชสีมา, อาภาพร นครสวรรค์ พร้อมด้วยหนุ่มๆ จากบ้านแบ้ เพ็ชร ฐกฤต, แชมป์ ชนาธิป ร่วมส่งความฮาในครั้งนี้

จากตัวอย่างแรกเผยให้เห็นเรื่องราวของ หลวงตา รับบทโดย ค่อม ชวนชื่น ที่อยู่ในวัดแห่งหนึ่งออกเทศนาแก่เหล่าอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย แต่คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของหลวงตาทำให้ชาวมักจะนำไปตีเป็นเลขเด็ดถูกหวยกันถ้วนหน้า จึงได้ฉายาว่า หลวงตามหาเฮง

หลวงตามหาเฮง เข้าฉายในไทย 16 กรกฎาคม 2019

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com

นาโอมิสก็อตต์ เจ้าหญิงจัสมินจากหนังไลฟ์แอคชั่นฟอร์มยักษ์ Aladdin

นาโอมิสก็อตต์ (Naomi Scott) สาวสวยตาคมคิ้วเข้มวัย 26 ปี

นาโอมิสก็อตต์ ที่มาถ่ายทอดบทบาทของเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์และตกหลุมรักโจรมือไวในเมืองอย่าง อะลาดดิน วันนี้ MThai Movie จึงจะพาไปรู้จักให้มากขึ้นว่าตัวจริงของเธอนั้นเป็นใครมาจากไหน ก่อนจะได้มารับบทเจ้าหญิงคนใหม่จากดิสนีย์คนนี้

นาโอมิ สก็อตต์ นั้นเกิดที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ และเพิ่งมีอายุครบ 26 ปี เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวนั้นมีพ่อเป็นคนอังกฤษ และมีแม่เป็นคนยูกันดาซึ่งมีพื้นเพครอบครัวมาจากรัฐคุชราต ประเทศอินเดีย แน่นอนว่าตอนนี้เธอไม่โสดแล้วซึ่งได้เข้าพิธีสมรสกับแฟนหนุ่มนักฟุตบอล จอร์แดน สเปนซ์ (Jordan Spence) เมื่อ 5 ปีที่แล้ว

แน่นอนว่าเธอมีความสามารถหลายอย่าง ทั้งการแสดงและการแต่งเพลง จากความสามารถนี้เองทำให้ กาย ริตชี (Guy Ritchie)

เล็งเห็นศักยภาพดังกล่าวและทำให้เธอได้กลายมาเป็น เจ้าหญิงจัสมิน ก่อนหน้านี้ นาโอมิ ปรากฏตัวในหนัง The 33 (2015) ที่สร้างมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในปี 2010 ซึ่งเป็นปฏิบัติการณ์การช่วยเหลือคนงานในเหมืองทอง 33 คนที่ติดอยู่ในเหมืองนานถึง 69 วัน โดยเธอเล่นเป็นลูกสาวของหัวหน้าคนงานเหมือง

นอกจากนี้เธอยังได้ร่วมแสดงในทีวีซีรีส์ Terra Nova (2011) ที่ สตีเวน สปีลเบอร์ก (Steven Spielberg) เป็นโปรดิวเซอร์ และมาเป็นหนึ่งแสดงนำในหนังคอมเมดี้แนวครอบครัว Lemonade Mouth (2011) ต่อมาในปี 2017 สก็อตต์ ได้มารับบทบาท คิมเบอร์ลี หรือ The Pink Ranger วัยรุ่นสาวหนึ่งในสมาชิกที่เป็นซูเปอร์ฮีโร่จากหนังแอคชั่น Power Rangers (2017) ทำให้เธอกลายเป็นที่รู้จักและโด่งดังมากขึ้น

ปัจจุบันนอกจากที่เธอกำลังร่วมเดินสายโปรโมตหนังไลฟ์แอคชั่นมิวสิกเคิลชื่อดัง Aladdin แล้ว เธอยังเป็นหนึ่งในนางฟ้าชาร์ลี จากหนัง Charlie’s Angels ที่ได้ เอลิซาเบธ แบงก์ส (Elizabeth Banks) มากำกับและจะเข้าฉายในสหรัฐฯ วันที่ 15 พฤศจิกายนนี้อีกด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com

โมโนฟิล์ม เนรมิตรเมืองอั๊กลี่วิลล์สุดน่ารัก เปิดตัวหนังแอนิเมชั่น UglyDolls ผจญแดนตุ๊กตามหัศจรรย์

โมโนฟิล์ม จับมือ เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ เนรมิตลานอินฟินิซิตี้ ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน เป็นดินแดนแห่งสีสันของเมืองตุ๊กตาอั๊กลี่วิลล์ เปิดตัวบรรดาอั๊กลี่ดอลล์ ในงาน UglyDolls ไทยแลนด์ กาล่าพรีเมียร์ เมื่อวันอังคารที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยสีสันความสดใสด้วยการจำลองเมืองอั๊กลี่วิลล์จากในภาพยนตร์แอนิเมชั่นมิวสิกเคิล UglyDolls ผจญแดนตุ๊กตามหัศจรรย์ ซึ่งมีการเปิดงานด้วยโชว์สุดพิเศษจากผู้ให้เสียงพากย์ นิว นภัสสร ภูธรใจ และ จิ๋ว ปิยนุช เสือจงพรู ที่มาขับร้องเพลง Unbreakable ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงประกอบภาพยนตร์

โดยมี พีเค ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร ทำหน้าที่พิธีกร พร้อมร่วมพูดคุย เปิดประสบการณ์การให้เสียงพากย์แอนิเมชั่นครั้งแรกของ โมสต์ วิศรุต หิมรัตน์, มีน พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร, UrboyTJ จิรายุทธ ผโลประการ และสองสาว นิว-จิ๋ว อีกด้วย ก่อนที่ทั้งหมดจะโชว์การพากย์เสียงสดๆ ให้ฟังกันและร่วมกิจกรรมกับแฟนๆ อย่างสนุกสนาน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com

ตั๊กบงกช เฉิดฉายเทศกาลภาพยนตร์ Asian Pop-Up Cinema 2018 ที่ชิคาโก้

ตั๊กบงกช โดดเด่นเป็นที่จับตามองในวงการแผ่นฟิล์มทั้งไทยและสากล โดยเฉพาะสื่อต่างประเทศอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี จนสามารถเรียกได้ว่าเป็นปีทองของนักแสดงสาวแกร่ง ตั๊ก-บงกช เบญจรงคกุล ผู้บริหาร บริษัท พ้อยท์ อัพ ฟิล์มส์ จำกัด (POINT UP FILMS) ในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “Sad Beauty เพื่อนฉัน…ฝันสลาย” หนังไทยแนวแหวกแหกกฎตลาดที่กำลังไต่ระดับก้าวขึ้นสู่เวทีต่างชาติได้เป็นอย่างดี

โดยล่าสุด ตั๊ก-บงกช ได้รับเกียรติไปร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์ “Asian Pop-Up Cinema 2018” ณ เมืองชิคาโก้ สหรัฐอเมริกา และเปิดตัวในนามผู้ผลิตภาพยนตร์เลือดใหม่ในลุคปัง!!สไตล์ชุดผ้าไทยที่ใครเห็นต้องเหลียวหลัง พร้อมนำพาภาพยนตร์“Sad Beauty เพื่อนฉัน…ฝันสลาย” เข้าฉายในวันที่ 26 กันยายนนี้ ณ AMC River East ที่ผ่านมา งานนี้นอกจาก “Sad Beauty เพื่อนฉัน…ฝันสลาย” จะทำให้สาวกคอหนังร้อง “ว้าว” ตั๊กในฐานะคนผลิตหนังยังส่องประกายเข้าตาสื่อต่างชาติ ได้รับเชิญไปร่วมสัมภาษณ์พิเศษแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ อาทิ HollywoodChicago.com , FF2 Media.. 2 สื่อต่างแดนชื่อดัง ฯลฯ ซึ่งสื่อหลังสุดเน้นโฟกัสงานหนังที่ผลิตโดยผู้หญิง

โดยตั๊กเล่าถึงการสัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติว่า “รู้สึกดีใจที่ได้รับการต้อนรับที่ดีมากๆ สื่อต่างประเทศให้ความสำคัญกับหนังไทยมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วงการหนังไทยได้ก้าวไปไกลและยิ่งกว่าความภูมิใจที่สุดคือ สื่อต่างชาติให้ความสนใจในตัวเราไม่ใช่ในฐานะนักแสดง แต่คือฐานะของผู้สร้าง ผู้กำกับ หลายคำถามที่สื่อฯ สัมภาษณ์เรา ตั๊กประทับใจมากๆ อย่าง ผู้สื่อข่าว Stephanie A. Taylor จาก FF2 Media ถามถึง การวางแผนงานในประเทศไทยที่มีผู้สร้างภาพยนตร์ผู้หญิงไม่กี่คน และรับมือยังไงกับการเป็นคนกลุ่มน้อยในอุตสาหกรรมที่มีแต่ผู้ชาย?

ตั๊กตอบเค้าว่า “ตั๊กมีความสุขกับการทำหนังอินดี้ที่สามารถจับต้องได้กับผู้คนประเภทต่างๆ การทำภาพยนตร์ตามกระแสอาจจะหมายถึงสามารถทำเงินได้มากขึ้น แต่ตั๊กมองถึงผลระยะยาวมากกว่านั้นคือการที่ผู้ชมเข้าใจภาพยนตร์ที่ต้องการสื่อสาร ยอมรับว่าในไทย sad Beauty อาจไม่ใช่แนวหนังที่คนไทยส่วนใหญ่ดู แต่สำหรับต่างประเทศผลตอบรับดีมากจนแม้แต่เราเองยังคาดไม่ถึง คิดว่าเพราะหนังเป็นแนวอินดี้ที่ผสมความแมส เป็นอินดี้ที่ดูรู้เรื่อง และบางส่วนมาจากเรื่องจริง เป็นความตั้งใจของตั๊กที่อยากจะเล่าเรื่องเพื่อนสนิท ทำให้หนังมีสตอรี่ที่น่าสนใจ แต่ในขณะเดียวกันการทำหนังเรื่องนี้ก็มีความเหนื่อยมาก กับการต่อสู้เพื่อสร้างผลงานในฐานะผู้กำกับหน้าใหม่ แม้ว่าในประเทศไทยจะค่อนข้างเปิดโอกาสให้กับผู้กำกับหญิง แต่ก็มีบางคนบางกลุ่มที่ไม่สนับสนุนให้ผู้กำกับหญิงเข้ามาในวงการ”

“ตั๊กเป็นคนตรงเราก็ตอบคำถามสื่อแบบตรงไปตรงมา ความกดดันต่างๆที่เกิดขึ้นทำให้ยิ่งต้องสู้ ยิ่งกดดันก็เหมือนยิ่งต้องเดินหน้า ถ้าเราต้องการประสบความสำเร็จเราต้องทำงานหนัก ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

เพชฌฆาตไซบอร์ก Alita: Battle Angel

เพชฌฆาตไซบอร์ก คือมังงะเรื่องดังที่แฟนหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นคงจะคุ้นเคยและรู้จักกันดี แน่นอนไม่ใช่แค่คนอ่านทั่วไปเท่านั้นที่ “รัก” ในผลงานชิ้นนี้ แต่เจมส์ คาเมรอน หมายมั่นที่จะพัฒนาให้กลายเป็นหนังขนาดยาว แต่ด้วยคิวงานที่ยุ่งมาก

และเขาก็เลือกที่จะไปสร้างโลกในจินตนาการอย่าง Avatar ทำให้ Alita: Battle Angel จึงอยู่ในกรุมานมนานเกิน 10 ปี จนกระทั่งเขามีโอกาสได้พูดคุยกับโรเบิร์ต โรดริเกซ จนท้ายที่สุด Alita ก็ได้รับการสร้างเสียที

แต่พล็อตเรื่องที่ว่าด้วยการชุบชีวิตไซบอร์กสาวจากกองขยะ การค้นหาตัวตนที่หายสาบสูญ หรือกระทั่งอลิตากลายเป็นตัวแทนในการปฏิวัตินั้น แทบจะไม่มีความแตกต่างจากหนังในกลุ่ม Young Adult ในยุค 10 ปีให้หลังมานี้อย่าง The Hunger Game, The Divergent Series รวมไปถึง The Maze Runner ที่ว่าด้วยการค้นพบพลังของหนุ่มสาวและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ซึ่งพล็อตเรื่องแบบนี้ “เชย” ไปแล้วเรียบร้อย ดังนั้นสำหรับแง่พล็อตเรื่องแล้ว Alita: Battle Angel จึงไม่มีอะไรใหม่เลย

ความเยิ่นเย้อในการเล่าถึงตัวละครในมุมต่างๆ ทำให้หลายช่วงในหนังมีฉากประเภท “ไม่จำเป็น” อยู่มากมายเต็มไปหมด แถมแนวคิดที่ว่าเด็กแหกกรอบของอลิตานั้น ก็คล้ายกับแนวคิดเด็กสก๊อยที่ไม่เชื่อฟังผู้ปกครอง (ดร.อิโต้) เธอหนีออกนอกบ้านเกินเวลาเคอร์ฟิว หรือชอบไปซ้อนท้ายรถของเด็กหนุ่มฮิวโก้เป็นสาวสก๊อยที่ยอมกระทั่ง “ควักหัวใจ” ตัวเองเพื่อให้แฟนหนุ่มเอาไปขายในตลาดมืดเพื่อแลกกับเงินก้อน เราอาจจะมองว่าอลิตาไร้เดียงสา และทำทุกอย่างด้วยหัวใจ แต่ความไม่คิดหน้าคิดหลังดังกล่าวนี่แหละที่ทำให้เธอ “พลาด” ในหลายครั้ง ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้น่าจะช่วยสร้างบทเรียนให้กับเธอฉุกคิดและเติบโตขึ้นนั่นเอง

ความเชยของพล็อตเรื่องยังได้รับการทดแทนด้วยงานเทคนิคพิเศษที่น่าตื่นตาตื่นใจ เราต้องยอมรับเช่นกันว่า การเนรมิตโลกอนาคต เมืองเศษเหล็ก กระทั่งซาเล็มที่ลอยฟ้า กระทั่งชีวิตผู้คนที่เดินสัญจรไปมา ก็ได้รับการใส่ใจในทุกรายละเอียด ทำให้หนังเรื่องนี้ดูยิ่งใหญ่และกลายเป็นโลกเสมือนจริงมากกว่าหนังโลกอนาคตหลายๆเรื่อง ยังไม่รวมไปถึงการออกแบบตัวละครไซบอร์กทุกตัวตั้งแต่อลิตาไปจนถึงหุ่นตัวอื่นๆที่มีความจริง คมชัดในแง่รายละเอียด เช่นเดียวกับฉากต่อสู้ที่ดุเดือด ลุ้นระทึกจนผู้ชมไม่อาจละสายตาได้เลย

น่าเสียดายที่ Alita: Battle Angel ไม่ค่อยจะทำเงินในประเทศอเมริกาสักเท่าไหร่ จนมีการคาดการณ์ออกมาเลยด้วยซ้ำว่าน่าจะเป็นหนังเจ๊งเปิดปี 2019 แต่ในตลาดต่างประเทศ หนังเรื่องนี้ก็ทำเงินได้น่าพอใจ ก็คงต้องตามลุ้นกันต่อไปว่า เราจะมีโอกาสได้ดูภาคต่อไหม (แม้ความหวังนี้ออกจะริบหรี่ก็ตามที)

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

โบว์เมลดา หน้าสดไร้เมกอัพ ใน “รักไม่เป็นภาษา” หนังเรื่องแรกในชีวิต

โบว์เมลดา สุศรี เจอเซอร์ไพรส์อย่างจังเมื่อถูก เรียว-กิตติกร เลียวศิริกุล โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ที่มีสไตล์มุมมองความคิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ออกคำสั่งให้ใช้ใบหน้าสดๆ ปราศจากการแต่งเติมเสริมสวยใดใดเข้าฉาก เพื่อความสมจริงของเนื้อเรื่อง บท และคาแรคเตอร์ของ “พรอน” ตัวละครนำในภาพยนตร์โรแมนติก คอมเมดี้เรื่อง รักไม่เป็นภาษา ภาพยนตร์ที่ฟังไม่ออกแต่อยากบอกรัก พูดไม่ออกแต่อยากบอก love แบบฮาๆ ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของค่ายเอ็ม พิคเจอร์ส และ M39 และเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตที่นางเอกสาวตัดสินใจรับเล่น งานนี้สาวโบว์ เมลดา ขอกล่าวถึงความในใจเปิดเผยถึงความรู้สึก ณ ห้วงเวลานั้น

“เป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์มากๆ ค่ะ ออกแนวเหวอๆ เลยแหละ (หัวเราะ) จริงๆ นะคะ คือหนังเรื่อง รักไม่เป็นภาษา นี้เป็นหนังเรื่องแรกในชีวิตของโบว์เลยค่ะ ที่ตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกก็เพราะเมื่อได้รู้เรื่องราวแล้วก็รู้สึกชอบขึ้นมาทันที เป็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวชาวไทยที่แพ็คกระเป๋าจากกรุงเทพฯ สู่มหานครลอนดอน เพื่อตามหารักแท้ของ พรอน ที่โบว์รับเล่นค่ะ พรอนเป็นสาวไทยที่มีความน่ารักโดยการคิดบวกเสมอ จนเป็นเสน่ห์ดึงดูดคนรอบข้างให้มาสนใจได้เป็นอย่างดี ร่วมกับแก๊งร่วมก๊วนที่จะมาเพิ่มดีกรีความมึนตึ๊บให้เรื่องราวมีสีสันสนุกสนานฮาๆ มากยิ่งขึ้น

คือเป็นเรื่องราวที่ไม่ได้ซับซ้อนดูยากอะไร แต่เป็นเรื่องราวที่สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริงๆ ของทุกๆ คน มันมีความเรียลความสมจริงอยู่ในเนื้อเรื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่โบว์ชอบโดยส่วนตัวอยู่แล้วค่ะ จึงตัดสินใจรับเล่นค่ะ หนังเรื่องนี้เราไปถ่ายทำกันที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษกันเกือบทั้งหมด และเมื่อถึงวันเปิดกล้องถ่ายทำเป็นวันแรกที่อังกฤษ พี่เรียว กิตติกร ในฐานะโปรดิวเซอร์หนังเรื่องนี้ ได้สั่งย้ำกำชับกับโบว์ และนักแสดงคนอื่นๆ ว่าห้ามแต่งหน้า หรือเสริมสวยอะไรใดใดทั้งสิ้นในการเล่นหนังรักไม่เป็นภาษาเรื่องนี้ เพื่อความสมจริงของเรื่องราว บท และคาแร็กเตอร์ตัวละครในเรื่อง

เหวอไหมล่ะคะ เซอร์ไพรส์สุดๆ ตอนนั้นก็พยายามคิดว่าจะทำไงดี ไม่ได้นะฉันจะหน้าสดขึ้นจอไม่ได้นะ ยิ่งจอหนังใหญ่ขนาดนั้น ทำไงดี จนในที่สุดก็หาวิธีได้โดยการไปเตี๊ยมกับช่างแต่งหน้า เช่น เตรียมกระดาษซับมันที่เต็มไปด้วยแป้งไว้ซับหน้า หรือเวลาเขียนคิ้วก็ต้องเขียนให้ดูเหมือนไม่เขียน แต่สุดท้ายพี่เรียวก็จะรู้อยู่ดี แรกๆ ก็ดุบ้าง หลังๆ ก็ปล่อยๆ บ้าง กลายเป็นเรื่องขำๆ ประจำกองถ่ายที่นักแสดงหญิงจะรู้กันดีไปเลย

สำหรับหนังเรื่องนี้ก็อย่าพลาดกันนะคะ สนุกฮากระจายกันแน่นอนค่ะ ทั้งเนื้อเรื่อง และบทบาทการแสดงของนักแสดงในเรื่องทุกคน ที่รับรองได้ว่าโดดเด่นกว่าสีสันบนใบหน้าแบบที่พี่เรียวต้องการอย่างแน่นอนค่ะ (หัวเราะ)”

สำหรับภาพยนตร์ รักไม่เป็นภาษา การตามหารักแท้ที่แดนไกล ของแก๊งนักแสดงร่วมก๊วนความมึนตึ๊บ นำโดย โบว์ – เมลดา สุศรี, ฟรอยด์ – ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์, เบสท์ – ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์, ซุง กิดาการ ฉัตรแก้วมณี, แอริน ยุกตะทัต, ปริม – อัจฉรียา โพธิพิพิธธนากร, แอนโทเนีย ทูทิลล์, เคลเล็น เจมส์ และขอแนะนำ แม็กส์ – อชิระ เอทเตอร์ ผลงานการกำกับภาพยนตร์โดยทีมไข่กวน และควบคุมงานสร้างโดย เรียว – กิตติกร เลียวศิริกุล โดยจะมีโปรแกรมฉายในวันที่ 31 มกราคมนี้เป็นวันแรก ทุกโรงภาพยนตร์

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com