นาโอมิสก็อตต์ เจ้าหญิงจัสมินจากหนังไลฟ์แอคชั่นฟอร์มยักษ์ Aladdin

นาโอมิสก็อตต์

นาโอมิสก็อตต์ (Naomi Scott) สาวสวยตาคมคิ้วเข้มวัย 26 ปี

นาโอมิสก็อตต์ ที่มาถ่ายทอดบทบาทของเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์และตกหลุมรักโจรมือไวในเมืองอย่าง อะลาดดิน วันนี้ MThai Movie จึงจะพาไปรู้จักให้มากขึ้นว่าตัวจริงของเธอนั้นเป็นใครมาจากไหน ก่อนจะได้มารับบทเจ้าหญิงคนใหม่จากดิสนีย์คนนี้

นาโอมิ สก็อตต์ นั้นเกิดที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ และเพิ่งมีอายุครบ 26 ปี เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวนั้นมีพ่อเป็นคนอังกฤษ และมีแม่เป็นคนยูกันดาซึ่งมีพื้นเพครอบครัวมาจากรัฐคุชราต ประเทศอินเดีย แน่นอนว่าตอนนี้เธอไม่โสดแล้วซึ่งได้เข้าพิธีสมรสกับแฟนหนุ่มนักฟุตบอล จอร์แดน สเปนซ์ (Jordan Spence) เมื่อ 5 ปีที่แล้ว

แน่นอนว่าเธอมีความสามารถหลายอย่าง ทั้งการแสดงและการแต่งเพลง จากความสามารถนี้เองทำให้ กาย ริตชี (Guy Ritchie)

เล็งเห็นศักยภาพดังกล่าวและทำให้เธอได้กลายมาเป็น เจ้าหญิงจัสมิน ก่อนหน้านี้ นาโอมิ ปรากฏตัวในหนัง The 33 (2015) ที่สร้างมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในปี 2010 ซึ่งเป็นปฏิบัติการณ์การช่วยเหลือคนงานในเหมืองทอง 33 คนที่ติดอยู่ในเหมืองนานถึง 69 วัน โดยเธอเล่นเป็นลูกสาวของหัวหน้าคนงานเหมือง

นอกจากนี้เธอยังได้ร่วมแสดงในทีวีซีรีส์ Terra Nova (2011) ที่ สตีเวน สปีลเบอร์ก (Steven Spielberg) เป็นโปรดิวเซอร์ และมาเป็นหนึ่งแสดงนำในหนังคอมเมดี้แนวครอบครัว Lemonade Mouth (2011) ต่อมาในปี 2017 สก็อตต์ ได้มารับบทบาท คิมเบอร์ลี หรือ The Pink Ranger วัยรุ่นสาวหนึ่งในสมาชิกที่เป็นซูเปอร์ฮีโร่จากหนังแอคชั่น Power Rangers (2017) ทำให้เธอกลายเป็นที่รู้จักและโด่งดังมากขึ้น

ปัจจุบันนอกจากที่เธอกำลังร่วมเดินสายโปรโมตหนังไลฟ์แอคชั่นมิวสิกเคิลชื่อดัง Aladdin แล้ว เธอยังเป็นหนึ่งในนางฟ้าชาร์ลี จากหนัง Charlie’s Angels ที่ได้ เอลิซาเบธ แบงก์ส (Elizabeth Banks) มากำกับและจะเข้าฉายในสหรัฐฯ วันที่ 15 พฤศจิกายนนี้อีกด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com

โมโนฟิล์ม เนรมิตรเมืองอั๊กลี่วิลล์สุดน่ารัก เปิดตัวหนังแอนิเมชั่น UglyDolls ผจญแดนตุ๊กตามหัศจรรย์

โมโนฟิล์ม

โมโนฟิล์ม จับมือ เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ เนรมิตลานอินฟินิซิตี้ ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน เป็นดินแดนแห่งสีสันของเมืองตุ๊กตาอั๊กลี่วิลล์ เปิดตัวบรรดาอั๊กลี่ดอลล์ ในงาน UglyDolls ไทยแลนด์ กาล่าพรีเมียร์ เมื่อวันอังคารที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยสีสันความสดใสด้วยการจำลองเมืองอั๊กลี่วิลล์จากในภาพยนตร์แอนิเมชั่นมิวสิกเคิล UglyDolls ผจญแดนตุ๊กตามหัศจรรย์ ซึ่งมีการเปิดงานด้วยโชว์สุดพิเศษจากผู้ให้เสียงพากย์ นิว นภัสสร ภูธรใจ และ จิ๋ว ปิยนุช เสือจงพรู ที่มาขับร้องเพลง Unbreakable ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงประกอบภาพยนตร์

โดยมี พีเค ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร ทำหน้าที่พิธีกร พร้อมร่วมพูดคุย เปิดประสบการณ์การให้เสียงพากย์แอนิเมชั่นครั้งแรกของ โมสต์ วิศรุต หิมรัตน์, มีน พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร, UrboyTJ จิรายุทธ ผโลประการ และสองสาว นิว-จิ๋ว อีกด้วย ก่อนที่ทั้งหมดจะโชว์การพากย์เสียงสดๆ ให้ฟังกันและร่วมกิจกรรมกับแฟนๆ อย่างสนุกสนาน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com

ตั๊กบงกช เฉิดฉายเทศกาลภาพยนตร์ Asian Pop-Up Cinema 2018 ที่ชิคาโก้

ตั๊กบงกช

ตั๊กบงกช โดดเด่นเป็นที่จับตามองในวงการแผ่นฟิล์มทั้งไทยและสากล โดยเฉพาะสื่อต่างประเทศอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี จนสามารถเรียกได้ว่าเป็นปีทองของนักแสดงสาวแกร่ง ตั๊ก-บงกช เบญจรงคกุล ผู้บริหาร บริษัท พ้อยท์ อัพ ฟิล์มส์ จำกัด (POINT UP FILMS) ในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง “Sad Beauty เพื่อนฉัน…ฝันสลาย” หนังไทยแนวแหวกแหกกฎตลาดที่กำลังไต่ระดับก้าวขึ้นสู่เวทีต่างชาติได้เป็นอย่างดี

โดยล่าสุด ตั๊ก-บงกช ได้รับเกียรติไปร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์ “Asian Pop-Up Cinema 2018” ณ เมืองชิคาโก้ สหรัฐอเมริกา และเปิดตัวในนามผู้ผลิตภาพยนตร์เลือดใหม่ในลุคปัง!!สไตล์ชุดผ้าไทยที่ใครเห็นต้องเหลียวหลัง พร้อมนำพาภาพยนตร์“Sad Beauty เพื่อนฉัน…ฝันสลาย” เข้าฉายในวันที่ 26 กันยายนนี้ ณ AMC River East ที่ผ่านมา งานนี้นอกจาก “Sad Beauty เพื่อนฉัน…ฝันสลาย” จะทำให้สาวกคอหนังร้อง “ว้าว” ตั๊กในฐานะคนผลิตหนังยังส่องประกายเข้าตาสื่อต่างชาติ ได้รับเชิญไปร่วมสัมภาษณ์พิเศษแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ อาทิ HollywoodChicago.com , FF2 Media.. 2 สื่อต่างแดนชื่อดัง ฯลฯ ซึ่งสื่อหลังสุดเน้นโฟกัสงานหนังที่ผลิตโดยผู้หญิง

โดยตั๊กเล่าถึงการสัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติว่า “รู้สึกดีใจที่ได้รับการต้อนรับที่ดีมากๆ สื่อต่างประเทศให้ความสำคัญกับหนังไทยมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วงการหนังไทยได้ก้าวไปไกลและยิ่งกว่าความภูมิใจที่สุดคือ สื่อต่างชาติให้ความสนใจในตัวเราไม่ใช่ในฐานะนักแสดง แต่คือฐานะของผู้สร้าง ผู้กำกับ หลายคำถามที่สื่อฯ สัมภาษณ์เรา ตั๊กประทับใจมากๆ อย่าง ผู้สื่อข่าว Stephanie A. Taylor จาก FF2 Media ถามถึง การวางแผนงานในประเทศไทยที่มีผู้สร้างภาพยนตร์ผู้หญิงไม่กี่คน และรับมือยังไงกับการเป็นคนกลุ่มน้อยในอุตสาหกรรมที่มีแต่ผู้ชาย?

ตั๊กตอบเค้าว่า “ตั๊กมีความสุขกับการทำหนังอินดี้ที่สามารถจับต้องได้กับผู้คนประเภทต่างๆ การทำภาพยนตร์ตามกระแสอาจจะหมายถึงสามารถทำเงินได้มากขึ้น แต่ตั๊กมองถึงผลระยะยาวมากกว่านั้นคือการที่ผู้ชมเข้าใจภาพยนตร์ที่ต้องการสื่อสาร ยอมรับว่าในไทย sad Beauty อาจไม่ใช่แนวหนังที่คนไทยส่วนใหญ่ดู แต่สำหรับต่างประเทศผลตอบรับดีมากจนแม้แต่เราเองยังคาดไม่ถึง คิดว่าเพราะหนังเป็นแนวอินดี้ที่ผสมความแมส เป็นอินดี้ที่ดูรู้เรื่อง และบางส่วนมาจากเรื่องจริง เป็นความตั้งใจของตั๊กที่อยากจะเล่าเรื่องเพื่อนสนิท ทำให้หนังมีสตอรี่ที่น่าสนใจ แต่ในขณะเดียวกันการทำหนังเรื่องนี้ก็มีความเหนื่อยมาก กับการต่อสู้เพื่อสร้างผลงานในฐานะผู้กำกับหน้าใหม่ แม้ว่าในประเทศไทยจะค่อนข้างเปิดโอกาสให้กับผู้กำกับหญิง แต่ก็มีบางคนบางกลุ่มที่ไม่สนับสนุนให้ผู้กำกับหญิงเข้ามาในวงการ”

“ตั๊กเป็นคนตรงเราก็ตอบคำถามสื่อแบบตรงไปตรงมา ความกดดันต่างๆที่เกิดขึ้นทำให้ยิ่งต้องสู้ ยิ่งกดดันก็เหมือนยิ่งต้องเดินหน้า ถ้าเราต้องการประสบความสำเร็จเราต้องทำงานหนัก ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

เพชฌฆาตไซบอร์ก Alita: Battle Angel

เพชฌฆาตไซบอร์ก

เพชฌฆาตไซบอร์ก คือมังงะเรื่องดังที่แฟนหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นคงจะคุ้นเคยและรู้จักกันดี แน่นอนไม่ใช่แค่คนอ่านทั่วไปเท่านั้นที่ “รัก” ในผลงานชิ้นนี้ แต่เจมส์ คาเมรอน หมายมั่นที่จะพัฒนาให้กลายเป็นหนังขนาดยาว แต่ด้วยคิวงานที่ยุ่งมาก

และเขาก็เลือกที่จะไปสร้างโลกในจินตนาการอย่าง Avatar ทำให้ Alita: Battle Angel จึงอยู่ในกรุมานมนานเกิน 10 ปี จนกระทั่งเขามีโอกาสได้พูดคุยกับโรเบิร์ต โรดริเกซ จนท้ายที่สุด Alita ก็ได้รับการสร้างเสียที

แต่พล็อตเรื่องที่ว่าด้วยการชุบชีวิตไซบอร์กสาวจากกองขยะ การค้นหาตัวตนที่หายสาบสูญ หรือกระทั่งอลิตากลายเป็นตัวแทนในการปฏิวัตินั้น แทบจะไม่มีความแตกต่างจากหนังในกลุ่ม Young Adult ในยุค 10 ปีให้หลังมานี้อย่าง The Hunger Game, The Divergent Series รวมไปถึง The Maze Runner ที่ว่าด้วยการค้นพบพลังของหนุ่มสาวและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ซึ่งพล็อตเรื่องแบบนี้ “เชย” ไปแล้วเรียบร้อย ดังนั้นสำหรับแง่พล็อตเรื่องแล้ว Alita: Battle Angel จึงไม่มีอะไรใหม่เลย

ความเยิ่นเย้อในการเล่าถึงตัวละครในมุมต่างๆ ทำให้หลายช่วงในหนังมีฉากประเภท “ไม่จำเป็น” อยู่มากมายเต็มไปหมด แถมแนวคิดที่ว่าเด็กแหกกรอบของอลิตานั้น ก็คล้ายกับแนวคิดเด็กสก๊อยที่ไม่เชื่อฟังผู้ปกครอง (ดร.อิโต้) เธอหนีออกนอกบ้านเกินเวลาเคอร์ฟิว หรือชอบไปซ้อนท้ายรถของเด็กหนุ่มฮิวโก้เป็นสาวสก๊อยที่ยอมกระทั่ง “ควักหัวใจ” ตัวเองเพื่อให้แฟนหนุ่มเอาไปขายในตลาดมืดเพื่อแลกกับเงินก้อน เราอาจจะมองว่าอลิตาไร้เดียงสา และทำทุกอย่างด้วยหัวใจ แต่ความไม่คิดหน้าคิดหลังดังกล่าวนี่แหละที่ทำให้เธอ “พลาด” ในหลายครั้ง ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้น่าจะช่วยสร้างบทเรียนให้กับเธอฉุกคิดและเติบโตขึ้นนั่นเอง

ความเชยของพล็อตเรื่องยังได้รับการทดแทนด้วยงานเทคนิคพิเศษที่น่าตื่นตาตื่นใจ เราต้องยอมรับเช่นกันว่า การเนรมิตโลกอนาคต เมืองเศษเหล็ก กระทั่งซาเล็มที่ลอยฟ้า กระทั่งชีวิตผู้คนที่เดินสัญจรไปมา ก็ได้รับการใส่ใจในทุกรายละเอียด ทำให้หนังเรื่องนี้ดูยิ่งใหญ่และกลายเป็นโลกเสมือนจริงมากกว่าหนังโลกอนาคตหลายๆเรื่อง ยังไม่รวมไปถึงการออกแบบตัวละครไซบอร์กทุกตัวตั้งแต่อลิตาไปจนถึงหุ่นตัวอื่นๆที่มีความจริง คมชัดในแง่รายละเอียด เช่นเดียวกับฉากต่อสู้ที่ดุเดือด ลุ้นระทึกจนผู้ชมไม่อาจละสายตาได้เลย

น่าเสียดายที่ Alita: Battle Angel ไม่ค่อยจะทำเงินในประเทศอเมริกาสักเท่าไหร่ จนมีการคาดการณ์ออกมาเลยด้วยซ้ำว่าน่าจะเป็นหนังเจ๊งเปิดปี 2019 แต่ในตลาดต่างประเทศ หนังเรื่องนี้ก็ทำเงินได้น่าพอใจ ก็คงต้องตามลุ้นกันต่อไปว่า เราจะมีโอกาสได้ดูภาคต่อไหม (แม้ความหวังนี้ออกจะริบหรี่ก็ตามที)

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

โบว์เมลดา หน้าสดไร้เมกอัพ ใน “รักไม่เป็นภาษา” หนังเรื่องแรกในชีวิต

โบว์เมลดา

โบว์เมลดา สุศรี เจอเซอร์ไพรส์อย่างจังเมื่อถูก เรียว-กิตติกร เลียวศิริกุล โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ที่มีสไตล์มุมมองความคิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ออกคำสั่งให้ใช้ใบหน้าสดๆ ปราศจากการแต่งเติมเสริมสวยใดใดเข้าฉาก เพื่อความสมจริงของเนื้อเรื่อง บท และคาแรคเตอร์ของ “พรอน” ตัวละครนำในภาพยนตร์โรแมนติก คอมเมดี้เรื่อง รักไม่เป็นภาษา ภาพยนตร์ที่ฟังไม่ออกแต่อยากบอกรัก พูดไม่ออกแต่อยากบอก love แบบฮาๆ ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของค่ายเอ็ม พิคเจอร์ส และ M39 และเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตที่นางเอกสาวตัดสินใจรับเล่น งานนี้สาวโบว์ เมลดา ขอกล่าวถึงความในใจเปิดเผยถึงความรู้สึก ณ ห้วงเวลานั้น

“เป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์มากๆ ค่ะ ออกแนวเหวอๆ เลยแหละ (หัวเราะ) จริงๆ นะคะ คือหนังเรื่อง รักไม่เป็นภาษา นี้เป็นหนังเรื่องแรกในชีวิตของโบว์เลยค่ะ ที่ตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกก็เพราะเมื่อได้รู้เรื่องราวแล้วก็รู้สึกชอบขึ้นมาทันที เป็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวชาวไทยที่แพ็คกระเป๋าจากกรุงเทพฯ สู่มหานครลอนดอน เพื่อตามหารักแท้ของ พรอน ที่โบว์รับเล่นค่ะ พรอนเป็นสาวไทยที่มีความน่ารักโดยการคิดบวกเสมอ จนเป็นเสน่ห์ดึงดูดคนรอบข้างให้มาสนใจได้เป็นอย่างดี ร่วมกับแก๊งร่วมก๊วนที่จะมาเพิ่มดีกรีความมึนตึ๊บให้เรื่องราวมีสีสันสนุกสนานฮาๆ มากยิ่งขึ้น

คือเป็นเรื่องราวที่ไม่ได้ซับซ้อนดูยากอะไร แต่เป็นเรื่องราวที่สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริงๆ ของทุกๆ คน มันมีความเรียลความสมจริงอยู่ในเนื้อเรื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่โบว์ชอบโดยส่วนตัวอยู่แล้วค่ะ จึงตัดสินใจรับเล่นค่ะ หนังเรื่องนี้เราไปถ่ายทำกันที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษกันเกือบทั้งหมด และเมื่อถึงวันเปิดกล้องถ่ายทำเป็นวันแรกที่อังกฤษ พี่เรียว กิตติกร ในฐานะโปรดิวเซอร์หนังเรื่องนี้ ได้สั่งย้ำกำชับกับโบว์ และนักแสดงคนอื่นๆ ว่าห้ามแต่งหน้า หรือเสริมสวยอะไรใดใดทั้งสิ้นในการเล่นหนังรักไม่เป็นภาษาเรื่องนี้ เพื่อความสมจริงของเรื่องราว บท และคาแร็กเตอร์ตัวละครในเรื่อง

เหวอไหมล่ะคะ เซอร์ไพรส์สุดๆ ตอนนั้นก็พยายามคิดว่าจะทำไงดี ไม่ได้นะฉันจะหน้าสดขึ้นจอไม่ได้นะ ยิ่งจอหนังใหญ่ขนาดนั้น ทำไงดี จนในที่สุดก็หาวิธีได้โดยการไปเตี๊ยมกับช่างแต่งหน้า เช่น เตรียมกระดาษซับมันที่เต็มไปด้วยแป้งไว้ซับหน้า หรือเวลาเขียนคิ้วก็ต้องเขียนให้ดูเหมือนไม่เขียน แต่สุดท้ายพี่เรียวก็จะรู้อยู่ดี แรกๆ ก็ดุบ้าง หลังๆ ก็ปล่อยๆ บ้าง กลายเป็นเรื่องขำๆ ประจำกองถ่ายที่นักแสดงหญิงจะรู้กันดีไปเลย

สำหรับหนังเรื่องนี้ก็อย่าพลาดกันนะคะ สนุกฮากระจายกันแน่นอนค่ะ ทั้งเนื้อเรื่อง และบทบาทการแสดงของนักแสดงในเรื่องทุกคน ที่รับรองได้ว่าโดดเด่นกว่าสีสันบนใบหน้าแบบที่พี่เรียวต้องการอย่างแน่นอนค่ะ (หัวเราะ)”

สำหรับภาพยนตร์ รักไม่เป็นภาษา การตามหารักแท้ที่แดนไกล ของแก๊งนักแสดงร่วมก๊วนความมึนตึ๊บ นำโดย โบว์ – เมลดา สุศรี, ฟรอยด์ – ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์, เบสท์ – ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์, ซุง กิดาการ ฉัตรแก้วมณี, แอริน ยุกตะทัต, ปริม – อัจฉรียา โพธิพิพิธธนากร, แอนโทเนีย ทูทิลล์, เคลเล็น เจมส์ และขอแนะนำ แม็กส์ – อชิระ เอทเตอร์ ผลงานการกำกับภาพยนตร์โดยทีมไข่กวน และควบคุมงานสร้างโดย เรียว – กิตติกร เลียวศิริกุล โดยจะมีโปรแกรมฉายในวันที่ 31 มกราคมนี้เป็นวันแรก ทุกโรงภาพยนตร์

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

เคตวินสเล็ต ประชันฝีมือ เซอร์ชา โรแนน ใน Ammonite เผยภาพแรกจากหนังหญิงรักหญิง

เคตวินสเล็ต

เคตวินสเล็ต (Kate Winslet) และ เซอร์ชา โรแนน (Saoirse Ronan) มาประชันบทบาทหญิงรักหญิงในครั้งนี้

โดยหนังรักดรามา Ammonite นั้นว่าด้วยเรื่องราวที่อิงมาจากเรื่องจริงของ แมรี แอนนิง นักบรรพชีวินวิทยา ผู้ค้า และนักสะสมซากดึกดำบรรพ์ชาวอังกฤษผู้ซึ่งกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสาวน้อยวัยใส โดยมีฉากหลังเกิดขึ้นอยู่ในปี 1840 ซึ่งหนังวางคิวฉายเอาไว้ในปี 2020

และก่อนหน้านี้หนังเคยถูกวิจารณ์จากญาติของ แมรี แอนนิง ว่าเรื่องรสนิยมทางเพศของเธอนั้นยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นความจริง จนผู้กำกับได้ออกมาแสดงความคิดในกรณีดังกล่าวว่าส่วนตัวนั้นพยายามถ่ายทอดเรื่องราวออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงอยากให้รอชมภาพยนตร์ที่สำเร็จเสร็จสิ้นออกมาก่อนค่อยวิจารณ์ก็ยังไม่สาย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com

ดเวย์นจอห์นสัน ร่ายเหตุผล ทำไมเขาจึงไม่รับเป็นพิธีกรเวทีออสการ์ปีนี้?

ดเวย์นจอห์นสัน

ดเวย์นจอห์นสัน นักแสดงกล้ามบึ้กก็ออกมาเปิดเผยถึงเหตุผลในการไม่รับทำหน้าที่พิธีกรการประกาศรางวัลทางภาพยนตร์อันทรงเกียรติที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ดเวย์น จอห์นสัน โพสต์ข้อความลงทวิตเตอร์ส่วนตัว กล่าวขอบคุณแฟนๆ ที่ให้การสนับสนุนจนทำให้เขากลายเป็นตัวเลือกแรกในการเป็นพิธีกรออสการ์ในปีนี้ เป้าหมายของเขาก็คือการเอนเตอร์เทนให้ออสการ์สนุกที่สุดเท่าที่เคยมีมา และพยายามอย่างหนักที่จะได้ทำหน้าที่ดังกล่าว ทว่าท้ายที่สุดเขาก็ไม่สามารถเป็นพิธีกรออสการ์ได้ เนื่องจากติดถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Jumanji นั่นเอง แต่ท้ายที่สุดอดีตนักมวยปล้ำชื่อดังก็หวังว่า เขาและเวทีออสการ์จะกลับมาบรรจบพบเจอกันในสักวัน

ใครที่อยากติดตามผลงานของ ดเวย์น จอห์นสัน ในเร็ววันนี้เตรียมตัวพบกับภาคแยกของแฟรนไชส์หนังรถสุดระห่ำอย่าง Fast & Furious ภายใต้ชื่อ Hobbs & Shaw กับเรื่องราวของ เจ้าหน้าที่ฮ็อบส์ (ดเวย์น จอห์นสัน) ที่จำต้องมาร่วมมือกับชายนอกกฎหมายอย่าง ชอว์ (เจสัน สเตแธม) ที่เคยเป็นคู่ปรับกัน โดยมีเป้าหมายที่จะโค่นวายร้ายให้จงได้ เข้าฉายในเมืองไทย 1 สิงหาคมปีนี้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

เกล็นน์โคลส & เอมี่ อดัมส์ สองราชินีแห่ง “การนก” ประจำเวทีออสการ์

เกล็นน์โคลส มีชื่อเข้าชิงรางวัลอะคาเดมี่ อวอร์ดส์ มาแล้วถึง 7 หน

เกล็นน์โคลส ในขณะที่ เอมี่ อดัมส์ ซัดไป 6 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้เป็นผู้ขึ้นไปพูดกล่าวขอบคุณทีมงานบนเวทีแม้สักปี

โดยเฉพาะ เกล็นน์ โคลส ที่ปีนี้เฉียดที่จะคว้าชัยเหลือเกิน เพราะบทบาท โจน แคสเซิลแมน ภรรยาผู้แข็งนอกอ่อนในจากภาพยนตร์เรื่อง The Wife ทำให้หลายคนคิดว่าเธอมาวินแน่ๆ อีกทั้งเวทีอื่นอย่างลูกโลกทองคำ, บาฟต้า รวมไปถึง SAG เธอก็กวาดเรียบ แต่สำหรับออสการ์ เธอทำได้เพียงนั่งแสดงความยินดีให้กับ โอลิเวีย โคลแมน จาก The Favourite เพียงเท่านั้น

เกล็นน์ โคลส ในวัย 71 ปี เริ่มเข้าสู่วงการภาพยนตร์ตั้งแต่ยุค 80s และสามารถมีชื่อเข้าชิงออสการ์ถึง 5 ครั้งระหว่างปี 1983-1989 ไล่เรียงมาตั้งแต่ The World According to Garp (1982), The Big Chill (1983), The Natural (1984)

ซึ่ง 3 เรื่องนี้เธอเข้าชิงในสาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ส่วน Fatal Attraction (1987), Dangerous Liaisons (1988) และข้ามมาที่ Albert Nobbs (2011) และล่าสุด The Wife (2018) เธอกระโดดขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม

ทางด้าน เอมี่ อดัมส์ ที่มีอายุน้อยกว่า เกล็นน์ โคลส ถึง 27 ปี

ก็ถือเป็นอีกหนึ่งนักแสดงสาวเจ้าบทบาทที่ทั่วโลกต่างยอมรับ สปอตไลท์เริ่มเฉิดฉายมาที่เธอในปี 2002 กับภาพยนตร์เรื่อง Catch Me If You Can ที่เธอต้องประชันความสามารถทางการแสดงกับ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ก่อนที่ภาพยนตร์เรื่อง Junebug

ในอีกสามปีถัดมาจะส่งชื่อเธอสู่การเข้าชิงออสการ์หนแรกในชีวิต หลังจากนั้นก็ต่อด้วย Doubt (2008), The Fighter (2010), The Master (2012), American Hustle (2013) ซึ่งเรื่องหลังนี้เธอเข้าชิงในสาขานักแสดงนำหญิงอีกด้วย

ส่วนในปีนี้ อดัมส์ เข้าชิงรางวัลในสาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมอีกครั้งจากภาพยนตร์เรื่อง Vice ซึ่งเธอรับบทเป็น ลินน์ เชนีย์ ภรรยาของอดีตรองประธานาธิบดี ดิ๊ก เชนีย์ แต่ท้ายที่สุดผู้ที่คว้ารางวัลในสาขาดังกล่าวไปก็คือ เรจินา คิง จากหนังเรื่อง If Beale Street Could Talk

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

แบล็กวิโดว์ Black Widow ปล่อยออกมาแล้ว!! เผยโปรเจกต์หนังอยู่ระหว่างพัฒนา

แบล็กวิโดว์

แบล็กวิโดว์ ที่รับบทโดย สการ์เล็ตต์ โจแฮนส์สัน (Scarlett Johansson) จะปรากฏตัวในหนังจักรวาลมาร์เวลมาตั้งแต่หนัง Iron Man 2 (2010) แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีหนังเดี่ยวเป็นของตัวเอง แถมล่าสุดตัวละครใหม่อย่าง Captain Marvel ก็เตรียมจะมีหนังเดี่ยวของตัวเองในช่วงต้นปีหน้าอีกด้วย

ถึงอย่างนั้นแฟน ๆ บางส่วนก็ยังอยากจะเห็นเรื่องราวของสายลับรัสเซียคนนี้ว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร เธอต้องผ่านเรื่องราวอะไรมาบ้างกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ และระหว่างที่เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ในจักรวาลหนังมาร์เวลเธอถูกวางตัวให้ไปทำภารกิจอะไรหรือเปล่า

ล่าสุดเว็บไซต์ reddit ภาพที่บ่งบอกข้อมูลว่าหนัง Black Widow นั้นกำลังอยู่ในช่วงการพัฒนา ระบุชื่อผู้กำกับ เคต ชอร์ตแลนด์ (Kate Shortland) นักแสดงนำคือสาว สการ์เล็ตต์ โจแฮนส์สัน ที่สำคัญยังระบุเรื่องย่อสั้น ๆ พอสังเขปไว้อีกด้วย

แบล็กวิโดว์ หรือที่รู้จักกันในนาม นาตาชา โรมานอฟ ถูกส่งตัวไปยังหน่วยสืบราชการลับ KGB ตั้งแต่แรกเกิด สถานที่ที่ซึ่งบ่มเพาะให้เธอได้กลายเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษ เมื่อ U.S.S.R ล่มสลาย รัฐบาลพยายามสังหารเธอในนิวยอร์ก ขณะนั้นเธอเป็นเจ้าหน้าที่รับงานทั่วไปไม่สังกัดค่าย หนังภาคเดี่ยวจะทำให้เรารู้เรื่องราวชีวิตของโรมานอฟที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาตลอดเวลา 15 ปี หลังจากที่โซเวียตล่มสลาย

ตอนนี้ต้นทางได้ลบภาพดังกล่าวออกไปแล้ว เชื่อว่าถ้าหากทำหนังเดี่ยวของ แบล็กวิโดว์ ออกมา เราน่าจะได้เห็นการทำหนังของค่าย Marvel Studios ในแบบฉบับหนังสายลับออกมา ไม่แน่ว่าอาจจะได้รับเสียงตอบรับที่ดีเหมือนหนังแฟรนไชส์ Mission Impossible หรือ 007 ก็เป็นได้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.mthai.com

ฮวาคินฟีนิกซ์ เป็น “Joker” ตัวอย่างแรกที่เต็มไปด้วยความหวาดผวาและหม่นมืด

ฮวาคินฟีนิกซ์

ฮวาคินฟีนิกซ์ ตอบรับเล่นบทวายร้ายที่ผู้คนจดจำได้มากที่สุดรายหนึ่งในโลกแห่งคอมิกส์และแผ่นฟิล์มอย่าง โจ๊กเกอร์ (Joker) ในหนังภาคแยกที่ทุกคนรอคอย และในที่สุด ตัวอย่างแรกของ Joker ก็เดินทางมาสู่สายตาแฟนภาพยนตร์เรียบร้อยแล้ว

หลายคนที่ได้รับชมเทรลเลอร์ตัวนี้กันไปแล้วคงจะสัมผัสได้ถึงความหม่นมืดและดาร์กพอตัวของภาพยนตร์เรื่อง Joker กับภาพของชายหนุ่มนามว่า อาร์เธอร์ เฟล็ก ที่ประกอบอาชีพเป็นตัวตลก แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์ในโลกแห่งความเป็นจริง โดย ฮวาคิน ฟีนิกซ์ ที่รับบทดังกล่าวก็แสดงให้เห็นถึงจุดเริ่มต้นแห่งความเจ็บปวดที่นำพาไปสู่เสียงหัวเราะอันน่าสะพรึง และการกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของแบทแมนนั่นเอง

และด้วยดนตรีประกอบที่สามารถกดประสาทคนดูได้อย่างอยู่หมัด ทำให้ตัวอย่างแรกของ Joker ล้นเหลือด้วยพลังอันน่าเกรงขามและเศร้าสร้อยในเวลาเดียวกัน

นอกจากเจ้าของรางวัลลูกโลกทองคำในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง Walk the Line อย่าง ฟีนิกซ์ แล้ว คุณยังจะได้พบกับฝีมือการแสดงของ โรเบิร์ต เดอ นิโร ชายผู้เคยคว้าออสการ์มาแล้วถึง 2 ครั้ง ร่วมด้วย เซซี บีตซ์, ฟรานเซส คอนรอย, มาร์ค มารอน, บิลล์ แคมป์ ฯลฯ ในขณะที่ตำแหน่งผู้กำกับก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะได้ ทอดด์ ฟิลลิปส์ จากภาพยนตร์ชุด The Hangover มารับหน้าที่ดังกล่าวนั่นเอง

ทั้งนี้บทบาท โจ๊กเกอร์ ในโลกภาพยนตร์ก็ผ่านการแสดงอันสุดยอดจากหลากหลายนักแสดงมาแล้ว อาทิ แจ็ค นิโคลสัน, จาเรด เลโต้ หรือแม้แต่ ฮีธ เล็ดเจอร์ ผู้ล่วงลับกับการแสดงอันตราตรึงยากจะลืมเลือน

เตรียมปั้นหน้ามีความสุขไปกับ Joker ได้ในวันที่ 3 ตุลาคม 2562 ทุกโรงภาพยนตร์

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com